posttoday
เครื่องสำอางเป็นปัจจัยที่ 5 ขายดีโตปีละ 8-9%

เครื่องสำอางเป็นปัจจัยที่ 5 ขายดีโตปีละ 8-9%

31 กรกฎาคม 2559

ของสวยๆ งามๆ อย่างเช่น เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง

โดย...ทีมข่าวตลาดหุ้นโพสต์ทูเดย์

ของสวยๆ งามๆ อย่างเช่น เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง เนื่องจากผู้หญิงต้องการให้ตัวเองดูดีสวยงาม ดังนั้น
ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรสินค้าความงามก็ยังคงขายได้ดี ประกอบกับธุรกิจดังกล่าวให้ผลกำไรในการดำเนินธุรกิจสูง จึงทำให้มีคนสนใจเข้าสู่ธุรกิจนี้เป็นจำนวนมาก

สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ กล่าวว่า จากสถิติที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเครื่องสำอางเติบโตได้ปีละ 8-9% อย่างสม่ำเสมอ สามารถขยายตัวได้มากกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แม้ว่าในปีๆ นั้นจะมีปัญหาหรือจะประสบวิกฤตการณ์อะไรก็ตาม ทั้งความไม่สงบทางการเมือง หรือน้ำท่วมใหญ่ของประเทศไทย เช่น ในปี 2557 เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 0.7% อุตสาหกรรมนี้เติบโต 8-9% ทั้งนี้ในปี 2556 มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางสูงถึง 1.35 แสนล้านบาท

“อุตสาหกรรมเครื่องสำอางยังมีโอกาสเติบโตได้สูง 8-9% เพราะเป็นสิ่งจำเป็น ถูกนับเป็นปัจจัยที่ 5 ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี จะมีเงินใช้จ่ายหรือไม่ ผู้หญิงก็ขอสวยไว้ก่อน” สุวิน กล่าว

ขณะที่ธุรกิจของบิวตี้ คอมมูนิตี้ สามารถเติบโตได้สูงกว่าอุตสาหกรรม เพราะมีสินค้าให้เลือกมากมาย ทั้งเครื่องสำอางเพื่อเพิ่มสีสัน หรือ เมกอัพ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และอุปกรณ์ช่วยเสริมความงาม เช่น แปรงหรือที่ปัดขนตา ทำให้ยอดขายเติบโตได้ปีละไม่น้อผยกว่า 20% นับตั้งแต่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2555 ถึงปี 2558 จำนวน 26% 28% 38% และ 33% ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิจะเติบโตได้มากกว่ายอดขาย โดย มีอัตรากำไรถึง 67% และอัตรากำไรสุทธิมากกว่า 20% 

การเติบโตของบิวตี้ คอมมูนิตี้ มาจากหลายปัจจัย อาทิ โครงสร้างลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งที่เป็นคนไทยและคนต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน นอกจากซื้อสินค้าของบริษัทไปใช้เองแล้วยังเป็นของฝากด้วย รวมถึงการนำไปขายต่อที่บ้าน เป็นการขยายตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น รวมถึงการบุกตลาดกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เมื่อสิ้นปี 2558 มีจำนวน 32 สาขา ส่วนปีนี้ 6 เดือนเปิดแล้ว 4 สาขา คาดว่าถึงสิ้นปีจะมีได้ตามเป้าหมาย 50 สาขา

ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ จากที่ผ่านมาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่มีรายได้ปานกลางแต่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ก็เริ่มมีลูกค้าระดับบนมาทดลองใช้สินค้าของเราแล้วติดใจในเรื่องคุณภาพ แต่จ่ายในราคาที่ต่ำกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทใช้โรงงานผลิตสินค้าแห่งเดียวกับบริษัทเครื่องสำอางระดับบน แต่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ น้อยกว่า จึงสามารถขายสินค้าในราคาที่เหมาะสมได้

นอกจากนั้น บิวตี้ คอมมูนิตี้ ยังใช้ประโยชน์จากการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นได้หลายเรื่อง ทั้งความสามารถในการจ้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เสริมความแข็งแกร่งของทีมงาน บริษัทปรับเปลี่ยนมาตรฐานให้เป็นสากลมากขึ้นพร้อมพัฒนาคน รวมถึงโรงงานให้ความเชื่อถือบริษัทมากขึ้น และมีอำนาจต่อรองในหลายๆ เรื่อง ทำให้ต้นทุนลดลง ขณะที่สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น

พร้อมกับขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้งการเปิดสาขาใหม่ แผนปี 2559 แบ่งเป็น สาขา BEAUTY BUFFET จำนวน 30 สาขา BEAUTY COTTAGE จำนวน 15 สาขา และ BEAUTY MARKET จำนวน 5 สาขา ที่ผ่านมาได้จับมือกับ บริษัท ซีพี ออลล์ ขายสินค้าผ่านร้าน “เซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) “เพิ่มรายได้ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงโซเชียลมีเดียก็ช่วยประชาสัมพันธ์ให้สินค้าของบิวตี้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และขายสินค้าผ่านช่องทางไฮเทคมากขึ้นด้วย

ดังนั้นกลยุทธ์ “มัลติแชลแนล” ผ่านทุกช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำ ทำให้ขายสินค้าได้มากยิ่งขึ้น และลูกค้ายินดีซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพที่คุ้มค่ากับราคา จะยิ่งทำให้ธุรกิจบิวตี้ คอมมูนิตี้ แรงไม่ตก โตแซงหน้าอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้ในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน