posttoday
บลจ.แอสเซทพลัสเฮ!7เดือนโต15%

บลจ.แอสเซทพลัสเฮ!7เดือนโต15%

16 สิงหาคม 2553

บลจ.แอสเซทพลัส 7 เดือนสินทรัพย์โต 15% ลุยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลแตะ 40% จาก 25% ลดสัดส่วนธุรกิจกองทุนรวมเหลือ 60% รับมือเปิดเสรี

บลจ.แอสเซทพลัส 7 เดือนสินทรัพย์โต 15% ลุยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลแตะ 40% จาก 25% ลดสัดส่วนธุรกิจกองทุนรวมเหลือ 60% รับมือเปิดเสรี

นางลดาวรรณ  เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซสพลัส เปิดเผยว่า ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ทั้งสิ้น 24,290.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 จำนวน 3,184.48 ล้านบาทหรือ 15.09%

ทั้งนี้เป็นการเติบโตของธุรกิจกองทุนรวม 6.13% จาก 17,763.27 ล้านบาทในปี 2552 เป็น 18,852.38 ล้านบาทและกองทุนส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 3,342.52 ล้านบาท เป็น 5,437.89 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 62.69%

พร้อมกันนี้ตั้งเป้าสินทรัพย์ปีนี้เติบโต 15-25% โดยออกกองทุนตราสารหนี้เดือนละ 2 กองทุนและออกกองทุนมาร์เก็ตฟันด์ไปลงทุนหุ้นต่างประเทศผ่านกองทุนต่างประเทศหลายๆ กองทุน เป็นต้น

“ปีนี้เราโตจากธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลค่อนข้างมาก ทำให้สัดส่วนธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 15% ของสินทรัพย์ทั้งหมดเมื่อสิ้นปีก่อนเป็น 25%”นางลดาวรรณ กล่าว

นอกจากนี้แผนงาน 18 เดือนจากนี้บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนกองทุนส่วนบุคคลให้เป็น 40%  จาก 25% และลดกองทุนรวมเหลือ 60% จาก 75% ซึ่งการเพิ่มสัดส่วนกองทุนส่วนบุคคล เพื่อขยายฐานสินทรัพย์ให้กว้างขึ้นและรองรับเปิดเสรีธุรกิจในปี 2555 ที่บริษัทต่างชาติจะเข้ามาทำธุรกิจบลจ.ได้

นางลดาวรรณ กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล แม้แต่ละบลจ.จะมีตลาดของตัวเอง แต่บริษัทก็ถนัดในธุรกิจนี้และลูกค้าของบลจ.ในเครือธนาคารพาณิชย์ก็เลือกใช้บริการกับบริษัท โดยบริษัทชูจุดเด่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ลูกค้า รวมถึงการให้ข้อมูลและคำแนะนำที่ใกล้ชิด เช่นเดียวกับที่ผ่านมาได้เข้าไปดูศักยภาพของลูกค้ากองทุนรวมเพื่อให้คำแนะนำลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล ทำให้สัดส่วนลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นในปีนี้

นอกจากนี้จุดแข็งของบริษัทที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้คล่องตัวจากการเป็นบริษัทที่ไม่ใหญ่มากและสามารถเลือกตราสารที่ลงทุนได้หลากหลายกว่าบริษัทขนาดใหญ่

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซทพลัส กล่าวว่า บริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนให้ลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15-20%  โดยพอร์ตของลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้ต่ำก็ลงทุนในหุ้น 15-20% ในพอร์ต เนื่องจากบริษัทแนะให้ลงทุนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้สูงลงทุนหุ้นถึง 60-80% ของพอร์ต

อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าหุ้นมีโอกาสย่อตัวลงใน 1-2 เดือนนี้ เพราะขาดปัจจัยใหม่ๆ หลังผลประกอบการออกแล้ว โอกาสที่หุ้นจะปรับตัวลงประมาณ 5% หรือลงแถว 830 จุดจึงมีและเป็นโอกาสเข้าไปลงทุน บริษัทจึงเปิดขายกองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 6 ตั้งแต่วันที่ 16-24 ส.ค.นี้ ลงทุนหุ้นไทย ตั้งเป้าผลตอบแทน 10% ภายใน 1 ปี ทยอยทำกำไรให้ผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรับซื้อคืนอัตโนมัติ เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนปรับขึ้นผ่านจุดที่มีมูลค่าเท่ากับ 10.50 บาท หรือ 5% ของเงินลงทุนเริ่มแรก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน