
มรดกแห่งพืชพันธุ์
ประเทศไทยเราก็มีการประกาศจากพนักงานก่อนลงจากเครื่องบินว่า การนำเนื้อสัตว์ชิ้นส่วนของพืชและเมล็ดพันธุ์พืชเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ในทางปฏิบัติเราทำกันเข้มข้นเพียงใดนั้นไม่ขอกล่าวถึง....
ประเทศไทยเราก็มีการประกาศจากพนักงานก่อนลงจากเครื่องบินว่า การนำเนื้อสัตว์ชิ้นส่วนของพืชและเมล็ดพันธุ์พืชเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ในทางปฏิบัติเราทำกันเข้มข้นเพียงใดนั้นไม่ขอกล่าวถึง....
แต่ข้อห้ามในเรื่องนี้มีเหตุผลครอบคลุมอยู่หลายมิติ ซึ่งรวมไปถึงการห้ามนำพันธุ์พืชสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ออกนอกราชอาณาจักรด้วย
หลายประเทศต่างก็มีพืชและสัตว์ที่สงวนไว้เป็นของตัวเอง ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องอยู่กับภูมิศาสตร์ประเทศตนเท่านั้น เช่น ออสเตรเลีย เอกวาดอร์ มาดากัสการ์ ที่มีพืชสัตว์แปลกๆ จะควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ตนอย่างเข้มงวด
ประเทศเม็กซิโกก็ถือว่าต้นตะบองเพชรที่มีอยู่มากมายในประเทศของตนเป็นพืชสงวนห้ามนำออกนอกประเทศ
ประเทศไทยห้ามนำข้าวเปลือกและพันธุ์ข้าวของเราออกนอกราชอาณาจักร เพราะถือเป็นการสงวนพันธุ์ข้าวในประเทศเอาไว้เช่นเดียวกัน
ลูก Camu Camu ที่อยู่ริมแม่น้ำอเมซอนซึ่งญี่ปุ่นวิจัยพบว่ามีวิตามินซีและยังมีคุณค่าอื่นๆ สูงมาก เปรูห้ามนำลูก Camu Camu ออกนอกประเทศอย่างเข้มงวด
ข้าวโพดหลายสายพันธุ์ในเทือกเขาแอนดีสสวยราวกับดอกไม้ มันมีฝักขนาดต่างๆ และมีเมล็ดหลากสีราวกับสีของลูกปัด เปรูก็ห้ามนำออกนอกประเทศ แต่ในทางปฏิบัติ ไม่สามารถควบคุมได้เด็ดขาด เพราะคนเปรูนำมาใส่ซองพลาสติกขายเป็นที่ระลึกทั่วไป
เมล็ดยางพาราซึ่งแต่ก่อนรู้จักกันแต่บริเวณอเมซอน คนพื้นเมืองเห็นน้ำยางขาวๆ ก็ไม่รู้ว่าจะไว้ทำอะไร คนอังกฤษนำยางแห้งใส่เรือไปขายยุโรป คนยุโรปพบประโยชน์จากมันคือเอาไปถูๆ รอยดินสอทำยางลบ มันจึงถูกเรียกว่า Rubber จากนั้นคนอเมริกันก็นำไปสังเคราะห์กับกำมะถันทำยางรถยนต์ แล้วตลาดยางพาราก็ Boom ขึ้นมาในโลก เกิดเหตุการณ์ Rubber Boom ที่แม่น้ำอเมซอน ทั้งที่บราซิลและเปรู คนต่างชาติจากยุโรปไปลงทุนปลูกยางพารา กลายเป็นเศรษฐีกันใหญ่
อังกฤษแอบล่องเรือเข้าไปในแม่น้ำอเมซอนที่เมือง Para/Manaus… ที่เขต Amazonas ของบราซิล เรือบางลำเลยเข้าไปที่เมือง Iquitos ในเปรู อังกฤษลักลอบกว้านซื้อเมล็ดยางพาราใส่เรือ รวมแล้วมากกว่าแสนเมล็ดแล้วนำมาปลูกแถวมลายู ชวา
30 ปีต่อมา... ความร่ำรวยจากเหตุการณ์ Rubber Boom ในเขตแม่น้ำอเมซอนก็หายไปเหมือนกับลูกโป่งแตก ผู้เขียนบินไปที่ Iquitos และ Manaus ได้เห็นคฤหาสถ์ของคนที่เคยร่ำรวยเพราะเศรษฐกิจจากยางพาราในช่วง Rubber Boom ช่วง ค.ศ. 1879-1912 แล้วต้องปลง
นั่นเป็นเรื่องของการที่เปรูและบราซิลไม่สามารถปกป้องพันธุ์พืชในธรรมชาติของตนได้อย่างสัมฤทธิผล
ณ วันนี้ คนพื้นเมืองในบริเวณนั้นยังกรีดยางกันอยู่และยากจน เพราะไม่สามารถรักษามรดกแห่งพืชพันธุ์อันมีค่าที่ธรรมชาติประทานให้ไว้ได้นั่นเองค่ะ







