
ชงแก้กฎหมายดันทีเอฟเอฟ
ที่ปรึกษากฎหมายเตรียมถก รมว.คลัง เดินหน้าแก้กฎหมาย 3 ฉบับ ดันตั้งทีเอฟเอฟเสร็จก่อนสิ้นปี
ที่ปรึกษากฎหมายเตรียมถก รมว.คลัง เดินหน้าแก้กฎหมาย 3 ฉบับ ดันตั้งทีเอฟเอฟเสร็จก่อนสิ้นปี
นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ หนึ่งในคณะที่ปรึกษาที่นำโดยธนาคารกรุงไทยและได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงการคลังให้เป็นที่ปรึกษาจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (ทีเอฟเอฟ) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกลุ่มอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขและให้การจัดตั้งทีเอฟเอฟวงเงินเริ่มต้น 1 หมื่นล้านบาท เสร็จทันสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่าจะต้องมีแก้ไขกฎหมายอย่างน้อย 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ร.บ.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อเปิดทางให้รัฐสามารถนำโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือมอเตอร์เวย์ รวมทั้งโครงการทางด่วนมาเข้าอยู่ในกองทุน และรับรู้รายได้ที่เกิดขึ้นเข้ากองทุน เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายทั้งสองฉบับไม่ได้เปิดทางให้ทำได้
สำหรับกฎหมายอีกฉบับที่จะต้องมีการศึกษาและปรับปรุงคือ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ เพื่อให้รัฐบาลสามารถนำเงินจากกองทุนหมุนเวียนที่มีเงินส่วนเกินอยู่ นำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในกองทุนทีเอฟเอฟได้ โดยไม่ต้องเป็นเงินนำส่งคืนแผ่นดิน เพื่อให้การบริหารงานของกองทุนมีความคล่องตัว
“หลังจากนี้ทางคณะที่ปรึกษาจะมีการเข้าพบนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดตั้งกองทุนทีเอฟเอฟ รวมทั้งการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ซึ่งคาดว่าขั้นตอนการแก้ไขกฎหมายน่าจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อให้จัดตั้งกองทุนได้ภายในสิ้นปีนี้ เพราะรัฐบาลเห็นความสำคัญและมีนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนอยู่แล้ว” นายกิติพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการโอนรายได้ของโครงการของกรมทางหลวง 2 โครงการ คือ ทางหลวงพิเศษ หรือมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-บ้านฉาง และหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ พระนคร ศรีอยุธยา-พัทยาของกรมทางหลวงให้กองทุนในสัดส่วน 50% เป็นเวลา 30 ปี คิดเป็นเงินประมาณ 4 หมื่นล้านบาท รวมถึงโครงการทางด่วนพิเศษสายพระราม 3 ดาวคะนอง ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ยังไม่ได้ก่อสร้างมาไว้ในกองทุน เพื่อนำเงินจากกองทุนทีเอฟเอฟไปใช้ในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว รวมถึงให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาจัดหาโครงการ อื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นการประหยัดเงินงบประมาณและเงินกู้ของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม การโอนรายได้ของโครงการมอเตอร์เวย์และทางด่วนพิเศษเข้ากองทุนทีเอฟเอฟ ยังติดขัดในข้อกฎหมายของกรมทางหลวงและการทางพิเศษฯ ทำให้ต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถจัดตั้งกองทุนได้







