
ชิงเมล์เอ็นจีวีวุ่นไม่เลิก
บอร์ด ขสมก.ยังไม่อนุมัติให้เบสท์ริน กรุ๊ป ชนะประมูลรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน หลังคู่แข่งร้องตรวจสอบงบดุล
บอร์ด ขสมก.ยังไม่อนุมัติให้เบสท์ริน กรุ๊ป ชนะประมูลรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน หลังคู่แข่งร้องตรวจสอบงบดุล
นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา ขสมก.ได้เสนอผลการประกวดราคาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน และค่าซ่อมบำรุง 10 ปี ซึ่งบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป เสนอราคาต่ำสุดที่ 3,389 ล้านบาท จากราคากลาง 4,021 ล้านบาท หรือต่ำกว่าราคากลาง 632 ล้านบาท พร้อมทั้งข้อร้องเรียนของกลุ่มกิจการร่วมค้า JVCC ที่มีบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน เป็นแกนนำที่ระบุว่าบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ยื่นงบดุลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ให้บอร์ด ขสมก.พิจารณา
อย่างไรก็ตาม บอร์ด ขสมก.ยังไม่อนุมัติผลการประกวดราคา และสั่งการให้ ขสมก.ตรวจสอบข้อร้องเรียนทั้งหมด โดยได้นัดประชุมบอร์ดอีกครั้งวันที่ 8 ส.ค.นี้
“ขสมก.จะต้องตรวจสอบข้อร้องเรียนของกลุ่ม ช.ทวีฯ ก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องตรวจสอบเป็นเรื่องๆ ไปว่ามีการร้องเรียนในประเด็นใดบ้าง ถ้าไม่มีอะไรขัดข้องก็อาจจะเสนอบอร์ด ขสมก.ให้พิจารณาเดินหน้าเซ็นสัญญาได้ หรือหากต้องล้มประมูลอีกทาง ขสมก.ก็ต้องไปประกาศประกวดราคาใหม่” นายสุระชัย กล่าว
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ขสมก.ยังไม่สามารถลงนามสัญญาจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 489 คันได้ เนื่องจากเอกชนที่ร่วมประมูล คือ กลุ่มกิจการร่วมค้า JVCC ร้องเรียนว่าการประกวดราคามีปัญหา ดังนั้น ขั้นตอนจากนี้ไปทางผู้บริหาร ขสมก.จะต้องเข้าไปตรวจสอบข้อร้องเรียน และกระทรวงยืนยันว่ากรณีการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีดังกล่าวจะมีไม่มีการเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้ามาแก้ปัญหา
“จะไม่เสนอให้ใช้มาตรา 44 แน่นอน แต่จะต้องพิจารณาความเหมาะสม ไม่ใช่โยนทุกปัญหาทุกเรื่องหรือโยนขยะไปให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษ ซึ่งในเรื่องนี้ ขสมก.จะต้องเร่งพิจารณาข้อยุติโดยเร็วที่สุด” นายออมสิน กล่าว
นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัทยื่นหนังสือร้องเรียนถึง ขสมก.ว่า บริษัทที่เสนอราคาต่ำสุดโครงการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ไม่ได้ยื่นแสดงงบดุลตามความเป็นจริง ซึ่ง ขสมก.จะต้องตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อีกทั้งในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ศาลจะมีคำพิพากษากรณีที่กรมศุลกากรฟ้องร้องบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป กรณียื่นเสียภาษีนำเข้าเป็นเท็จ
วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ที่มี นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธาน มีมติอนุมัติให้ ทอท.จ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้รับจ้างก่อสร้างงานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (ชั้น B2 ชั้น B1 และชั้น G) ลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 และส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ (งานโครงสร้างและงานระบบหลัก) ในโครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ วงเงินค่าจ้าง 12,050 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินงานตามสัญญาจ้างรวม 780 วัน
นอกจากนี้ บอร์ด ทอท.ยังอนุมัติให้กิจการค้าร่วม เอสจี แอนด์ อินเตอร์ลิ้งค์ เป็นผู้รับจ้าง ก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคในโครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ วงเงินค่าจ้าง 1,980 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการตามสัญญาจ้าง 990 วัน







