posttoday
คลังเร่งคลอดแพ็กเกจ แก้หนี้นอกระบบครบวงจร

คลังเร่งคลอดแพ็กเกจ แก้หนี้นอกระบบครบวงจร

27 กรกฎาคม 2559

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

เป็นที่แน่นอนแล้วว่ากระทรวงการคลังซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมแพ็กเกจแก้หนี้นอกระบบ จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงเดือน ส.ค. หลังผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 ส.ค. 2559 นี้ แต่ที่ต้องจับตาคือมาตรการที่จะออกมาครั้งนี้ จะมีความแตกต่างจากมาตรการแก้หนี้นอกระบบแบบเดิมได้อย่างไร และจะมีแนวทางที่ทำให้สำเร็จเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้อย่างไร เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นมาตรการประชานิยม

รวมทั้งยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ จะทำอย่างไรไม่ให้พิโคไฟแนนซ์ที่กระทรวงการคลังจะตั้งขึ้นใหม่ ออกมาฆ่า นาโนไฟแนนซ์ ที่กระทรวงการคลัง เป็นผู้ออกใบอนุญาตจัดตั้งขึ้นเพื่อมาแก้หนี้นอกระบบเมื่อกว่า 1 ปีที่ผ่านมา เพราะจากล่าสุดมีผู้ยื่นขอทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์จำนวน 27 บริษัท ซึ่งปัจจุบันมี 16 บริษัทและสถาบันการเงินอีก 1 แห่ง ที่เปิดให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์แล้ว โดย ณ สิ้นเดือน เม.ย. 2559 มีการให้สินเชื่อแล้วจำนวน 1.86 หมื่นราย เป็นวงเงินรวม 443.6 ล้านบาท ถือว่าผลประกอบการทั้งระบบของนาโนไฟแนนซ์ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ยอดปล่อยกู้ต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่านาโนไฟแนนซ์น่าจะปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบได้หลักหมื่นล้านบาท 

รวมทั้งกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีกลยุทธ์อย่างไร ในการชักชวนให้เจ้าหนี้นอกระบบเปลี่ยนมาตั้งบริษัทปล่อยกู้ที่ถูกกฎหมาย มีการตรวจบัญชี มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องได้

กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.เร่งดำเนินการและรวบรวมแพ็กเกจแก้หนี้นอกระบบซึ่งใกล้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะเสนอให้ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง พิจารณาได้ในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนจะเสนอ ครม.เห็นชอบต่อไป

สำหรับแพ็กเกจหนี้นอกระบบจะเป็นการบูรณาการการทำงานจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของกระทรวงการคลังจะเสนอแนวทางให้เจ้าหนี้นอกระบบมาลงทะเบียนเข้าระบบให้ถูกต้อง ผ่านการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการปล่อยกู้รายย่อยหรือพิโคไฟแนนซ์ ทำธุรกิจปล่อยกู้เพื่อให้ลูกค้านำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น เป็นค่าเทอม ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการไปจ่ายเจ้าหนี้นอกระบบ วงเงินให้กู้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท/ราย ไม่ต้องมีหลักประกัน

แตกต่างจากนาโนไฟแนนซ์ที่ปล่อยกู้เน้นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พวกกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าที่มีแผงค้าในตลาด ร้านค้าต่าง เช่น ร้านโทรศัพท์ ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ ร้านขายของชำ สามารถกู้เอาไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนได้สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท/ราย โดยให้คิดอัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมได้เท่ากันต้องไม่เกิน 36% ต่อปี โดยมีทุนจดทะเบียนต่ำประมาณ 3-5 ล้านบาทเท่านั้น ต่างกับนาโนไฟแนนซ์ที่มีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท

ส่วนเจ้าหนี้นอกระบบที่ไม่ต้องการลงทะเบียนเข้าในระบบเพื่อตั้งเป็นพิโคไฟแนนซ์ ก็ยังสามารถปล่อยเงินกู้นอกระบบได้ตามเดิมต่อไป แต่คิดดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 15% ต่อปีเท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามการแก้ไขกฎหมายของกระทรวง ยุติธรรม เรื่องร่างพระราชบัญญัติห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ย พ.ศ. … ที่มีการเพิ่มบทลงโทษของการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กำหนดที่ 15% ต่อปีนั้น เดิมผู้ที่ทำผิดมีโทษตามกฎหมายเก่าคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่ของใหม่จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท

สำหรับบทลงโทษของกระบวนการที่ทำเป็นลักษณะนายทุน จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และหากผู้ที่กระทำผิดเป็น
เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า

นอกจากนี้ จะมีสถาบันการเงินของรัฐที่เกี่ยวข้องมาร่วมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน หรือฝ่ายพิเศษขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องหนี้นอกระบบโดยเฉพาะ เพื่อให้มีการทำงานมีความต่อเนื่อง สามารถเก็บข้อมูลลูกหนี้และวัดผลสำเร็จของโครงการ และนำข้อมูลมาประเมินผลในภาพรวม

โดยหวังให้โครงการแก้หนี้นอกระบบครั้งนี้มีความแตกต่างจากโครงการที่ผ่านมา ที่เปิดให้มีการลงทะเบียนแล้วปล่อยกู้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีการวัดผลสำเร็จจึงไม่รู้ว่า ลูกหนี้ที่ได้เงินกู้ไปแล้ว กลับมาเป็นหนี้นอกระบบซ้ำซากอีกหรือไม่

อย่างไรก็ดี เมื่อกระทรวงการคลังมีเครื่องมือ 2 ตัว คือ นาโนไฟแนนซ์และพิโคไฟแนนซ์แล้ว จะสามารถจัดการกับปัญหานอกระบบที่มีการประเมินว่ามียอดมากถึง 5 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ยแล้ววงเงินที่เป็นหนี้ต่อรายสูงมาก คือ มีตั้งแต่ 6 แสนบาท ไปจนถึง 1.5 ล้านบาท ขณะที่กรอบปล่อยกู้ของพิโคไฟแนนซ์อยู่ที่ 5 หมื่นบาท/ราย

สุดท้ายลูกหนี้จะพ้นจากการเป็นหนี้นอกระบบที่ถูกเอาเปรียบอย่างมากจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก รวมทั้งยังเจอกับการทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรมนั้น จะเกาถูกที่คันหรือไม่ยังต้องติดตามกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน