
ธปท.ยอดโอนเงินครึ่งปีแรกโตสูงตามพฤติกรรมผู้บริโภค
ธปท.เผยธุรกรรมการโอนเงินรายย่อยเดือนมิ.ย.ปีนี้เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนยังเพิ่มต่อเนื่องทั้งปริมาณและมูลค่า 17.1% และ 42% ตามลำดับ ตามแนวโน้มความนิยมของประชาชน
ธปท.เผยธุรกรรมการโอนเงินรายย่อยเดือนมิ.ย.ปีนี้เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนยังเพิ่มต่อเนื่องทั้งปริมาณและมูลค่า 17.1% และ 42% ตามลำดับ ตามแนวโน้มความนิยมของประชาชน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานธุรกรรมการโอนเงินรายย่อย ล่าสุด ณ สิ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ทั้งระบบทั่วประเทศมีธุรกรรมการโอนเงินทั้งสิ้น 3.83 ล้านรายการ เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 17.1% มูลค่ารวม 3.06 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% ซึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำได้สะดวกทุกทุกเวลา ในราคาค่าบริการที่ไม่สูงมาก ภายใต้การส่งเสริมของรัฐบาล รวมถึงธปท.ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การโอนเงินมีรายละเอียดตามประเภทบริการ แบ่งเป็น 1.โอนค่าสินค้าและบริการ 1.81 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 17% มีมูลค่า 1.46 แสนล้านบาท 2.การโอนเงินเดือน รวมค่าจ้าง บำเหน็จ และบำนาญ 8.32 แสนรายการ เพิ่มขึ้น 2.2% มีมูลค่า 4.06 แสนล้านบาท ลดลง 4.9% 3.โอนเงินปันผล 9.31 หมื่นรายการ เพิ่มขึ้น 2.5% มีมูลค่า 2,840 ล้านบาท ลดลง 13.8% และ 4.การโอนเพื่อวัตประสงค์ประเภทอื่นๆ 1.09 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 33.8% มีมูลค่า 1.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 194.8%
อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบธุรกรรมการโอนเงินเดือนมิ.ย.ปีนี้กับเดือนก่อนหน้า ก็พบว่า ธุรกรรมการโอนเงินโดยรวมปรับเพิ่มขึ้น 1.33 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 25.78% สวนมูลค่าเพิ่มขึ้น 5.32 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.07% แบ่งเป็น การโอนเงินค่าสินค้า บริการเพิ่มขึ้น 1.4 แสนรายการ หรือ 8.41% มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 4,920 ล้านบาท หรือ 3.48% และการโอนเงินเพื่อวัตถุประสงค์ประเภทอื่นๆเพิ่มขึ้น 2.59 แสนรายการ หรือ 31.1% มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 8.91 หมื่นล้านบาท หรือ 333.66%
ขณะที่การโอนเงินเดือน รวมค่าจ้าง บำเหน็จ และบำนาญเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้ากลับปรับลดลง 1.6 แสนรายการ หรือ 16.1% มีมูลค่าลดลง 1,010 ล้านบาท หรือ 2.43% โดยอาจเป็นผลจากค่าจ้างที่ลดลงจากการเลิกจ้างในกลุ่มซัพพลายเซนในอุตสาหกรรมยานยนต์และการลดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา (โอที) ก็เป็นได้ เช่นเดียวกับการโอนเงินปันผลที่ปรับลดลง 1.57 ล้านรายการ หรือ 94.4% มีมูลค่าลดลง 3.98 หมื่นล้านบาท หรือ 93.3% ส่วนหนึ่งเป็นผลเพราะช่วงโอนจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ผ่านไปแล้ว ซึ่งปกติจะโอนในช่วงเดือนเม.ย.และพ.ค.ของทุกปี







