posttoday
เสียดายวันแม่

เสียดายวันแม่

16 สิงหาคม 2553

....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

เป็นช่วงที่หลายๆ คนมีความสุขมากจากวันหยุดพักผ่อนยาวถึง 4 วันต้องขอบคุณรัฐบาลที่ใจกว้างยอมประกาศวันหยุดเพิ่ม ทำให้ปีนี้...วันแม่...ซึ่งเป็นวันสำคัญของพวกเราทุกคน อบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรักของแม่กับลูกอย่างเต็มที่ทั่วบ้านทั่วเมือง

อานิสงส์ที่ได้จากวันหยุดยาวๆ แบบนี้ แน่นอนว่าจังหวัดท่องเที่ยวหลายแห่งมีคนกรุงเทพฯ จำนวนมากเดินทางไปพักผ่อนอย่างล้นหลาม

เท่าที่ติดตามฟังข่าวเห็นได้ชัดเจนว่าบรรยากาศตื่นตัวคึกคักมากเป็นพิเศษ ทำให้ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ในพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีรอยยิ้มอย่างมีความสุขไม่แพ้คนไปเที่ยว

ที่น่าเสียดาย...ผมรู้สึกเสียดายแทนรัฐบาลที่อุตส่าห์ทำวันหยุดเพิ่มเป็นลองวีกเอนด์ให้แล้ว แต่กลับไม่ทำอะไรที่ควรจะทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแรงกระตุ้นสร้างกระแสการท่องเที่ยวภายในประเทศ ไม่มีให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอันเลย

ทำอย่างกับว่าเป็นแค่วันหยุดธรรมดาๆ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

หน้าที่ของหน่วยงานไหนไม่ต้องพูดถึง งานนี้เห็นแต่ภาคเอกชนที่ต้องกัดฟันออกแรงทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงลงทุนโปรโมตช่วยเหลือตัวเองเป็นหลัก

ผมว่าบรรดาห้างสรรพสินค้ายังมีแอ็กชันโฆษณาประชาสัมพันธ์มากกว่าหน่วยงานภาครัฐซะอีก

วันหยุดนี้ที่อุตส่าห์สร้างขึ้นจึงเหมือนถูกโยนทิ้งน้ำไปเฉยๆ นี่ถ้ารัฐบาลออกแรงให้เห็นเป็นเรื่องเป็นราวสักหน่อย ผมรับรองว่าจะได้ใจผู้ประกอบการหลายแสนหลายล้านรายทั่วประเทศโดยไม่ต้องหาเสียงเลย

อะไรไม่ว่า 4 วันนี้เป็นช่วง...วันแม่...วันสำคัญที่อยู่ในใจของประชาชนทั้ง 63 ล้านคน และคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศอีกหลายล้านคน

วันแม่...เป็นวันยิ่งใหญ่ปีละหน เป็นวันสัญลักษณ์ที่ทุกคนพร้อมจะแสดงความเคารพรักกับคุณแม่

รัฐบาลไม่ควรคิดเป็นแค่...วันแม่แห่งชาติ...ต้องกล้าคิดใหญ่ ทำใหญ่ ทำให้เป็น...วันแม่ของโลก...

ทำให้ทุกชาติทั่วโลกยอมรับว่าทุกวันที่ 12 ส.ค.ของทุกปี จะต้องเป็น...วันแม่ของโลก...วันที่ผู้คนทุกชาติทุกภาษาจะร่วมกันแสดงความรักต่อผู้เป็นแม่ของตัวเองพร้อมกันทั่วโลก

รัฐบาลจึงควรเริ่มคิกออฟเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมอะไรสักอย่างให้เป็นสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าของและผู้ริเริ่มกิจกรรมที่ต้องถูกบันทึกไว้เป็นสถิติโลกเวิลด์เรกคอร์ดให้ได้

ตัวอย่างเช่น กิจกรรมกราบเท้าแม่หรือหอมแก้มแม่...เอาแบบอลังการสักล้านสองล้านครอบครัว หาสถานที่หรือจะปิดถนนสายหลักในกรุงเทพมหานครแล้วให้คุณแม่นั่งเรียงรายเป็นล้านคน โดยมีคุณลูกเป็นล้านๆ คนมาร่วมแสดงความรัก

มานับถอยหลังแล้วกราบเท้าแม่พร้อมๆ กันให้ตื้นตันใจกันทั้งประเทศไปเลย

หรือจะเป็นกิจกรรมอื่นใดก็ได้ที่เป็นการแสดงความรักความกตัญญูกตเวทิตาที่ลูกๆ ทั้งหลายพึงมีต่อบุพการีของตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นวัฒนธรรมที่ดีของคนไทยมาช้านาน แต่ปัจจุบันมันได้เหือดหายไปจนเหลือน้อยเต็มที

กิจกรรมในลักษณะนี้ กระทรวงวัฒนธรรมก็พลอยได้หน้าได้ตาได้ผลงาน กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็ได้อานิสงส์กระตุ้นการท่องเที่ยวแบบไม่ต้องออกแรง และที่น่าจะได้ประโยชน์มากๆ ก็คือ การใช้โอกาสวันแม่แห่งชาติเป็นวันที่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ สร้างความรักความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จะได้มากได้น้อยก็ถือว่าได้ ดีกว่าปล่อยโอกาสทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

ผมคิดเล่นๆ ของผมแบบนี้ เข้าท่าหรือไม่ ไม่รู้ แต่อยากให้ประเทศชาติมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นบ้าง

น่าเสียดายจริงๆ รัฐบาลมีทุกอย่างอยู่ในมือ งบประมาณก็มี อำนาจรัฐก็มาก หน่วยงานต่างๆ ก็เยอะแยะเต็มไปหมด น่าจะทำให้วันแม่แห่งชาติปีนี้เป็นปีที่ยิ่งใหญ่อลังการ สามารถดึงพลังความรักจากคุณแม่และลูกทุกคนมาสร้างความรักให้เกิดขึ้นในสังคมนี้มากที่สุด

ยังมีโอกาสแก้ตัวใหม่ใน...วันพ่อ...นะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน