
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ
นโยบายรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ มีการสอดรับในการกำหนดทิศทางประเทศไทยจะไปสู่ประเทศพัฒนาใน 20 ปีข้างหน้า เห็นได้จากการเปิดแผนสภาพัฒน์ฯ ฉบับที่ 12 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการเริ่มต้น 5 ปีแรกของแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระหว่างปี 2560-2579 เป็นการเตรียมปรับโครงสร้างประเทศไทยไปสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งเศรษฐกิจและสังคมจะถูกขับเคลื่อนจากสังคมดิจิทัล ซึ่งนวัตกรรมการผลิตแบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อัจฉริยะจะเป็นพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมของประเทศ
นโยบายรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ มีการสอดรับในการกำหนดทิศทางประเทศไทยจะไปสู่ประเทศพัฒนาใน 20 ปีข้างหน้า เห็นได้จากการเปิดแผนสภาพัฒน์ฯ ฉบับที่ 12 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการเริ่มต้น 5 ปีแรกของแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระหว่างปี 2560-2579 เป็นการเตรียมปรับโครงสร้างประเทศไทยไปสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งเศรษฐกิจและสังคมจะถูกขับเคลื่อนจากสังคมดิจิทัล ซึ่งนวัตกรรมการผลิตแบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อัจฉริยะจะเป็นพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมของประเทศ
แผนของสภาพัฒน์ฉบับใหม่จะเริ่มนำออกใช้ตั้งแต่ปีหน้า โดยนำสโลแกนของ คสช.“มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” มาเป็นกรอบวิสัยทัศน์ของประเทศ ขณะเดียวกันแผนฉบับนี้ถือเป็นภาคแรกของยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเป็นแผนของรัฐบาลและหวังว่าจะใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเป็นซีรี่ส์ยาว โดยหวังว่าจะทำให้คนไทยรวยกันถ้วนหน้า จากตัวเลขของสภาพัฒน์ใน 20 ปีข้างหน้า รายได้ประชาชาติ/คน/ปี จะเพิ่มจาก 4,121 เหรียญสหรัฐ (หรือ 1.46 แสนบาท) เป็น 1.3 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือรายได้ของคนไทยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นถึง 3.15 เท่า แต่มีข้อแม้ว่าเศรษฐกิจจะต้องขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5-6
ประเด็นที่น่าสนใจคือแผนของสภาพัฒน์ฉบับนี้ยังให้ความสำคัญต่อการเหลื่อมล้ำและให้ความสำคัญกับ “การพัฒนาคน” แต่ควรนำบทเรียนว่าการนำคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ปรากฏอยู่ในแผนของสภาพัฒน์ฉบับที่ 8 คำถามคือผ่านมาแล้ว 20 ปี ยิ่งพัฒนาทำไมคนถึงยังเป็นปัญหา ทั้งการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
การพัฒนาที่ผ่านมาทำไมช่องว่างของความเหลื่อมล้ำจึงยังปรากฏอยู่ เห็นได้จากดัชนีหรือค่าสัมประสิทธ์ิความไม่เสมอภาคด้านรายได้มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นเพียงเล็กน้อย บทเรียนนี้จะต้องนำมาสังเคราะห์เพื่อหาข้อบกพร่องของแผนที่ผ่านมา
ปัญหาของประเทศไทยคือการย่ำอยู่กับที่ถึงจะมียุทธศาสตร์ที่เขียนแล้วดูดีแต่ก็มักไม่ทำตามแผน ชอบทำเหมือนเดิม-คิดเหมือนเดิม ประเด็นคือเราจะก้าวผ่านจากวันนี้ไปสู่อนาคตที่ดูเหมือนว่าภายใต้เศรษฐกิจยุคใหม่หรือ “THAILAND 4.0” ค่อนข้างจะท้าทาย เพราะปัญหาใหญ่ของไทยคือการเมืองเปลี่ยนแปลงบ่อยและไม่ต่อเนื่อง
ขณะที่ระบอบราชการพัฒนาอย่างไรการทำงานก็ยังติดอยู่ในกรอบ ติดอยู่ในเครื่องแบบที่ทำให้เกิดช่องว่างกับประชาชน ไม่เชื่อสังเกตทุกวันจันทร์จะมีมนุษย์คนไทยสองประเภทคือคนที่มีเครื่องแบบกับคนที่ไม่มีเครื่องแบบ การที่ประเทศจะขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอาจจะดูขัดแย้งกันไปสักหน่อย
ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลมาถูกทางแล้วทั้งแผน 12 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีซึ่งจะเป็นแผนที่และเข็มทิศนำทางการพัฒนาไปสู่อนาคต อย่างไรก็ดีความสำเร็จอยู่ที่การปฏิรูปซึ่งรัฐบาลที่มาจากระบอบราชการจะต้องไม่ติดยึดจะยกเครื่องหรือปรับเปลี่ยนก็ให้เร่งทำเพราะมีอำนาจเต็มที่ เพียงแต่ต้องแน่ใจว่าทางที่จะไปหรือยุทธศาสตร์ที่กำหนดตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศได้จริงหรือ เพราะหากโจทย์ผิดคำตอบที่ได้มาก็ไม่ใช่ กลายเป็นเหนื่อยเปล่าและเป็นต้นทุนของประเทศ...จริงไหมครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







