posttoday
เอสเอ็มอีเฮกู้ปลอดต้น1ปี

เอสเอ็มอีเฮกู้ปลอดต้น1ปี

26 กรกฎาคม 2559

กสิกรไทยอุ้มเอสเอ็มอีเต็มที่ ให้กู้ปีนี้ ผ่อนเดือน ก.ค.ปีหน้า ถ้าใช้ซอฟต์โลนเปลี่ยนเครื่องจักร คิดดอกเบี้ยแค่ 4% 

กสิกรไทยอุ้มเอสเอ็มอีเต็มที่ ให้กู้ปีนี้ ผ่อนเดือน ก.ค.ปีหน้า ถ้าใช้ซอฟต์โลนเปลี่ยนเครื่องจักร คิดดอกเบี้ยแค่ 4% 

นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดเตรียมวงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท ไว้รองรับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพื่อใช้ในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรตามนโยบายของรัฐบาล โดยลูกค้าทุกรายที่เข้าร่วมโครงการนี้ ธนาคารจะให้มีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นสูงสุดนาน 12 เดือน หรือเริ่มผ่อนชำระคืนเงินต้นตั้งแต่เดือน ก.ค. 2560 เป็นต้นไป เพื่อลดภาระการผ่อนชำระเงินต้นให้ลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

นอกจากนี้ ลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการยังจะได้รับสิทธิตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำเพียง 4% ระยะเวลาการผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2559 หรือจนกว่าวงเงินจะถูกจัดสรรหมด

ขณะเดียวกัน ในส่วนของกระบวนการเบิกเงินกู้ให้กับลูกค้า ธนาคารได้ปรับปรุงลดขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อให้สามารถบริการได้รวดเร็วกว่าเดิม จากการจดทะเบียนหลักประกันตาม พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ ซึ่งได้เริ่มให้ดำเนินการจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา จึงช่วยให้ลูกค้าได้รับเงินกู้เพื่อใช้ในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เร็วขึ้น ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศไทย

“ขณะนี้มีลูกค้าเอสเอ็มอีรายเดิมของธนาคารแสดงความสนใจเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มีแผนนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการผลิตอยู่แล้ว และมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ต้องการขยายกำลังการผลิต นอกจากนี้ยังมีบางรายต้องการขอสินเชื่อเพื่อขยายอาคารออกไปสำหรับตั้งเครื่องจักรที่ซื้อมาใหม่ด้วย” นายศีลวัต กล่าว

อย่างไรก็ดี ธนาคารพร้อมพิจารณาทั้งลูกค้ารายเก่าและรายใหม่ โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อปกติของธนาคาร ประกอบกับนโยบายของธนาคารออมสินที่ต้องการกระจายสินเชื่อซอฟต์โลนอย่างทั่วถึง ดังนั้นต้องไปดูประวัติลูกค้าว่าเคยได้รับสินเชื่อซอฟต์โลนระยะที่ 1 และ 2 แล้วหรือไม่ หากเคยได้รับในวงเงินที่สูงแล้วอาจพิจารณาให้รายอื่นต่อไป

นายศีลวัต กล่าวว่า สินเชื่อซอฟต์โลนระยะที่ 3 นี้คาดว่าเอสเอ็มอีที่ได้รับประโยชน์เป็นเอสเอ็มอีที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะกำหนดให้เป็นนิติบุคคล ซึ่งเอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคลของธนาคารจะมียอดขายเฉลี่ย 50 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนการเบิกซอฟต์โลนในครั้งนี้ คาดว่าจะดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเครื่องจักรเป็นสินทรัพย์หนึ่งใน พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ สามารถใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อได้ ซึ่งธนาคารได้เตรียมกระบวนการจดทะเบียนไว้พร้อมแล้ว ขั้นตอนการจดทะเบียนจะเร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลาดำเนินการ

ทั้งนี้ ธนาคารออมสินคาดว่าการให้ซอฟต์โลนแก่เอสเอ็มอีครั้งนี้จะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ประมาณ2,000 ราย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน