
PVDขยับเข้าRMF
บลจ.ทหารไทย เผย 8 เดือน เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโอนเข้ากองทุน RMF พันล้าน แนะจัดพอร์ตลงทุนตามความเสี่ยง ลุ้นผลตอบแทนเพิ่ม
บลจ.ทหารไทย เผย 8 เดือน เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโอนเข้ากองทุน RMF พันล้าน แนะจัดพอร์ตลงทุนตามความเสี่ยง ลุ้นผลตอบแทนเพิ่ม
นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่บริษัทเปิดรับการโอนย้ายเงินที่คงไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เข้ามายังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมีเม็ดเงินโอนย้ายเข้ามาลงทุนในกองทุน RMF ของ บลจ.ทหารไทย แล้วประมาณพันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินดังกล่าวถือว่าไม่ได้มากนัก เมื่อเทียบกับเงินที่คงอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งระบบมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ลาออกจากงานเพื่อไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือที่บริษัทใหม่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงต้องคงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ทำงานเก่าไว้ อาจยังไม่ทราบว่ามีบริการดังกล่าว
“สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่คงเงินไว้ที่ทำงานเดิมจะต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี 500 บาท แต่หากโอนย้ายเข้ามาใน RMF ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าวและสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนได้หลากหลายตามความต้องการของตัวเอง ทำให้มีโอกาสหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ตามความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้และทำรายการได้ผ่านอินเทอร์เน็ต” นายไพศาล กล่าว
ปัจจุบันกองทุน RMF ของ บลจ.ทหารไทย มีให้เลือกลงทุน 13 กองทุน ทั้งหุ้น ตราสารหนี้และกองทุนต่างประเทศ รวมถึงกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ทำให้สมาชิกสามารถเลือกลงทุน
ได้อย่างคล่องตัว ปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนได้ทุกวัน หากเกิดสถานการณ์ใดๆ ที่อาจทำให้ต้องปรับนโยบายลงทุนใหม่
นายไพศาล กล่าวว่า สำหรับมุมมองการลงทุนในช่วงที่่เหลือของปีนี้ หลังจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาจนดัชนีแตะ 1,500 จุด จากเงินลงทุนต่างชาติ จึงมองว่าเงินส่วนนี้น่าจะชะลอตัวลงและอาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไร นักลงทุนจึงควรแบ่งสัดส่วนกระจายเงินลงทุน โดยผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงแนะนำพอร์ตลงทุนในหุ้นประมาณ 60-70% กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์
15-20% และตราสารหนี้ 10-25%
ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางแนะนำลงทุนหุ้น 40-50% กองทุนอสังหาริมทรัพย์ 20% และที่เหลือเป็นตราสารหนี้ ส่วนผู้ที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากแนะนำหุ้นเพียง 20-30% กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 20-30% และที่เหลือเป็นตราสารหนี้
“พอร์ตดังกล่าวเหมาะกับคนที่มีอายุ 30-40 ปี ยังมีเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่น้อย ที่สามารถหาผลตอบแทนได้เพิ่มขึ้นตามระดับความเสี่ยง ซึ่งหากประเมินผลตอบแทนตามระดับความเสี่ยงพอร์ตที่รับความเสี่ยงจะอยู่ที่ 9% ต่อปี พอร์ตที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางอยู่ที่ 7% ต่อปีและพอร์ตที่รับความเสี่ยงได้ต่ำอยู่ที่ 5% ต่อปี” นายไพศาล กล่าว







