
สนพ.ลุ้นโรงแยกก๊าซที่6หลุดกิจการรุนแรง
โพสต์ทูเดย์
— สนพ.หวังโรงแยกก๊าซฯ 6 หลุดกิจการรุนแรง ช่วยลดการนำเข้าแอลพีจีเหลือเดือนละ 6 หมื่นตัน ทั้งลดภาระกองทุนน้ำมันฯแหล่งข่าวจากสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ประเมินว่า หากโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 6 ของบริษัท ปตท. สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นทางการโดยไม่เข้าข่ายเป็นกิจการรุนแรงต่อมลพิษในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จะส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) จากต่างประเทศลดลงทันทีกว่า 50% หรือเฉลี่ยจะมีการนำเข้าเพียงเดือนละ 6 หมื่นตันเท่านั้น จากปัจจุบันที่มีการนำเข้าเฉลี่ย 11.5 แสนตัน/เดือน
นอกจากนี้ ยังช่วยให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลดภาระการจ่ายชดเชยการนำเข้าแอลพีจีจากปัจจุบันตกเดือนละ 1,600 ล้านบาท มาอยู่ที่เดือนละ 855 ล้านบาท ซึ่งอยู่บนสมมติฐานของราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และราคาแอลพีจีตลาดโลกอยู่ที่ 725 เหรียญสหรัฐ/ตัน
หากโรงแยกก๊าซฯ แห่งที่ 6 เริ่มผลิตได้จะทำให้ในปี 2554 ไทยจะสามารถผลิตแอลพีจีในประเทศได้ 4.22 แสนตัน/เดือน หรือเพิ่มขึ้นมาเฉลี่ย 1 แสนตัน/เดือน ขณะที่ปริมาณการใช้แอลพีจีอยู่ที่ 4.81 แสนตัน/เดือน โดยยังต้องนำเข้าแอลพีจีอยู่เดือนละ 6 หมื่นตัน
ขณะเดียวกันจะทำให้ภาระการชดเชยการนำเข้าแอลพีจีตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับการนำเข้าแอลพีจีในปี 2533 ที่คาดว่าต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ถึง 2.35 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ยังได้เปรียบเทียบฐานะกองทุนน้ำมันฯ ในกรณีที่โรงแยกก๊าซฯ แห่งที่ 6 ไม่สามารถดำเนินการได้จะทำให้มีรายจ่ายในการจ่ายชดเชยน้ำมันชนิดต่างๆ และแอลพีจีนำเข้าเฉลี่ย 2,6153,146 ล้านบาท/เดือน โดยมีรายรับอยู่ที่ 3,255 ล้านบาท ส่งผลให้มีเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันฯ สุทธิอยู่ที่ 106643 ล้านบาท/เดือน แต่ถ้าโรงแยกก๊าซฯ ผลิตได้ จะทำให้รายจ่ายการนำเข้าแอลพีจีลดลง ซึ่งกองทุนน้ำมันฯ จะมีเงินไหลเข้าอยู่ที่ 1,458 ล้านบาท/เดือน
ด้านนายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ปริมาณการใช้แอลพีจีในอนาคตจะขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นปริมาณนำเข้าแอลพีจีจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย หากยังไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศได้ โดยในปี 2553 คาดว่าจะมีการนำเข้าแอลพีจีตลอดปีที่ 1 ล้านตัน
ที่ผ่านมาได้มีการบริหารปริมาณการนำเข้าแอลพีจีให้สอดคล้องกับความต้องการในประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลน และแม้คลังเก็บแอลพีจีจะมีปริมาณที่จำกัด แต่ได้แก้ไขโดยใช้คลังลอยน้ำเป็นเรือบรรทุกแอลพีจีมาทดแทน สามารถรองรับการนำเข้าแอลพีจีในหลักแสนตัน/เดือนได้อย่างเพียงพอนอกจากนี้หากโรงแยกก๊าซฯ แห่งที่ 6 สามารถผลิตได้จะทำให้การนำเข้าลดลงตามไปด้วย







