
ต่างชาติหนุนหุ้นไทยเหนือ1,500
หุ้นไทยเก่งบวกสวนทางเอเชีย ทิ้งแบงก์ใหญ่ ทิสโก้มองเงินต่างประเทศยังไหลเข้าหนุนตลาด
โพสต์ทูเดย์ - หุ้นไทยเก่งบวกสวนทางเอเชีย ทิ้งแบงก์ใหญ่ ทิสโก้มองเงินต่างประเทศยังไหลเข้าหนุนตลาด
วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นหลายแห่งปรับตัวลง หลังจากผิดหวังเรื่องธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่มีมาตรการกระตุ้นออกมาใหม่ และถึงเวลาดัชนีปรับฐานหลังจากทะยานขึ้นมาแรงก่อนหน้านี้ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยผิดหวังผลกำไรของธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นระหว่างวันหลุด 1,500 จุด ลงไปต่ำสุดที่ 1,497.32 จุด แต่ในช่วงบ่ายมีแรงซื้อหุ้นใหญ่ในกลุ่มพลังงานนำโดยบริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) หนุนดัชนีขึ้นไปปิดที่ 1,509.13 จุด บวก 6.43 จุด หรือ 0.43% มูลค่าการซื้อขายรวม 53,367 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ 2,009 ล้านบาท และพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ช่วยซื้อด้วย 1,155 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ปรับเป้าดัชนีหุ้นปีนี้ขึ้นเล็กน้อยเป็น 1,490 จากเดิม 1,460 จากการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น สูงขึ้นเล็กน้อยส่วนปีหน้าตั้งเป้าไว้ที่ 1,600 โดยมีสมมติฐานหลักคือจะเกิดการเลือกตั้งในช่วงเดือน ธ.ค.ปีหน้า ขณะเดียวกันสภาพคล่องที่ไหลเข้าตลาดหุ้นในอาเซียน
ทั้งนี้ เม็ดเงินต่างประเทศยังมีแนวโน้มไหลเข้าต่อ เนื่องจากมูลค่าของหุ้นไทยยังสมเหตุสมผลเมื่อเทียบตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นราคาหุ้นไทย เพราะเป็นกระบวนการกลับเข้าสู่ประชาธิปไตย ซึ่งจะเกิดการเร่งใช้จ่ายงบประมาณโดยผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และการยกเลิกข้อจำกัดในการส่งออกจากต่างประเทศจะเป็นผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจ
แนวโน้มตลาาดในระยะสั้นคาดว่าจะเห็นการยอมรับระดับการประเมินมูลค่าหุ้นไทยที่สูงขึ้น ทำให้ตลาดยังปรับขึ้นต่อได้ เรายังชอบกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) เพราะได้ประโยชน์จากกระแสเงินทุนไหลเข้า ระดับการประเมินมูลค่าอยู่ในระดับต่ำ และมีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง กลุ่มวัสดุก่อสร้างชอบ SCC กลุ่มรับเหมาก่อสร้างชอบ บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) จากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในเฟสแรกรวมกว่า 5.6 แสนล้านบาท และเลือกหุ้นขนาดใหญ่บางตัวในกลุ่มสื่อสารชอบ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) รวมถึงยังมีมุมมองเชิงลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น จากสมมติฐานราคาน้ำมันปรับลงในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4 ซึ่งจะถ่วงภาวะตลาดโดยรวม
ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลงหลายแห่ง นำโดย BBL ลดลง 5.50 บาท หรือ 3.21% ปิดที่ 166 บาท และ KBANK ลดลง 3 บาท หรือ 1.65% ปิดที่ 179 บาท
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สั่งให้นักลงทุนวางเงินสดทั้ง 100% (แคชบาลานซ์) ก่อนซื้อหุ้น บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย (INET) และบริษัท ทีวี ไดเร็ค (TVD) มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.-2 ก.ย. 2559 ขณะที่บริษัท โซลาร์ตรอน (SOLAR) พ้นเกณฑ์แคชบาลานซ์ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ก่อนหน้านี้ ทำให้ราคาหุ้นดีดขึ้นมาปิดที่ 4.44 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท หรือ 3.26%







