posttoday
มาตรการส่งเสริม SME ในต่างประเทศ

มาตรการส่งเสริม SME ในต่างประเทศ

20 กรกฎาคม 2559

ภายใต้โครงการศึกษาและจัดทำมาตรการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามขนาดของธุรกิจ โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อให้ได้แนวทางเพิ่มขีดความสามารถของวิสาหกิจขนาดย่อมให้เติบโตเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและพัฒนาสู่การเป็นวิสาหกิจขนาดใหญ่นั้น ผลการศึกษาพบว่ามาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอีบางประเภทมีการใช้เพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอีในบางระยะของการเติบโต ขณะที่บางมาตรการอาจใช้ร่วมกันต่อเนื่องตลอดเวลาการเติบโตของวิสาหกิจ ซึ่งสามารถเป็นแนวทางส่งเสริมเอสเอ็มอีให้กับประเทศไทยได้ ดังนี้

ภายใต้โครงการศึกษาและจัดทำมาตรการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามขนาดของธุรกิจ โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อให้ได้แนวทางเพิ่มขีดความสามารถของวิสาหกิจขนาดย่อมให้เติบโตเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและพัฒนาสู่การเป็นวิสาหกิจขนาดใหญ่นั้น ผลการศึกษาพบว่ามาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอีบางประเภทมีการใช้เพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอีในบางระยะของการเติบโต ขณะที่บางมาตรการอาจใช้ร่วมกันต่อเนื่องตลอดเวลาการเติบโตของวิสาหกิจ ซึ่งสามารถเป็นแนวทางส่งเสริมเอสเอ็มอีให้กับประเทศไทยได้ ดังนี้

ระยะเติบโตระยะที่ 1 ก่อตั้งกิจการ (Start-Up) มีความสำคัญสุดในการส่งเสริมเอสเอ็มอี เนื่องจากมีการพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจไปสู่การปฏิบัติ ผู้ประกอบการต้องมีความสามารถศึกษาตลาด การแข่งขัน การตอบสนองความต้องการ รวมถึงแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า การวิเคราะห์โอกาสเติบโต ฯลฯ หลายประเทศให้ความสำคัญกับการจัดมาตรการ เช่น ช่วยเหลือด้านการเขียนแผนธุรกิจ ประกวดแผนธุรกิจ จัดให้มีศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการ จัดตั้งกองทุนเพื่อการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากผลงานการศึกษาและให้คำปรึกษา

ผลประกอบการอิ่มตัวระยะที่ 1 (Plateau I) เป็นระยะที่เอสเอ็มอีส่วนใหญ่จะเลิกกิจการ เพราะมีความเสี่ยงสูงในการประกอบการ แต่มีบางส่วนที่มีโอกาสเติบโต มาตรการส่งเสริมจึงมุ่งรักษาให้เอสเอ็มอีอยู่รอดโดยการพัฒนาศักยภาพหรือลดต้นทุนเพื่อการอยู่รอด ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่มีประสิทธิภาพ/สินค้าไม่เป็นที่ต้องการ ควรหันไปประกอบธุรกิจอื่น ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมให้กลุ่มที่มีโอกาสประสบความสำเร็จเติบโตต่อไป ซึ่งหลายประเทศให้ความสำคัญกับการร่วมลงทุนระยะแรก เช่น Business Angle/Early Stage Venture Capital/Crowdfunding Portal ฯลฯ โดยภาครัฐเข้าไปส่งเสริมการร่วมลงทุนผ่านกลไก เช่น ลดหย่อนภาษีให้นักลงทุน การอุดหนุนกองทุนร่วมลงทุน มาตรการสินเชื่อ การพัฒนาศูนย์บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว เป็นต้น

ระยะเติบโตระยะที่ 2 กิจการอยู่รอด (Survival) ซึ่งเอสเอ็มอีสามารถอยู่รอดในตลาดได้ระดับหนึ่ง โดยบางวิสาหกิจเติบโตต่อเนื่อง บางวิสาหกิจเลือกจำกัดขนาดตัวเองให้เล็ก มาตรการส่งเสริมจึงควรสนับสนุนให้ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จากการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม รวมถึงกองทุนเพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยรัฐสามารถใช้กลไกลดหย่อนภาษีในการจูงใจผู้ประกอบการใช้ประโยชน์ดังกล่าว

ผลประกอบการอิ่มตัวระยะที่ 2 (Plateau II) จะสนับสนุนมาตรการเพื่อผลักดันให้เอสเอ็มอีสร้างรากฐานเติบโตในอนาคต เช่น เงินอุดหนุนพัฒนาวิจัย ฝึกอบรม ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือร่วมลงทุน

ระยะเติบโตระยะที่ 3 ขยายกิจการ (Business Consolidation) เป็นระยะเติบโตต่อเนื่อง ต้องมุ่งด้านการตลาด การเงิน เช่น ส่งเสริมขยายต่างประเทศ โดยพัฒนาศักยภาพด้านส่งออก จับคู่ธุรกิจ ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือร่วมลงทุนผลประกอบการอิ่มตัวระยะที่ 3 (Plateau III) เป็นระยะที่ธุรกิจเติบโตมาก การเติบโตต่อไปขึ้นกับศักยภาพระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่กลุ่มที่ต้องการรักษาความเป็นอิสระอาจเลือกเป็นบริษัทจำกัด ซึ่งระยะยาวต้องพิจารณาถึงการสืบทอดกิจการให้ครอบครัว หรือขายกิจการให้นักลงทุน

ระยะเติบโตระยะที่ 4 การปรับกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนระยะยาว จำเป็นต้องขยายกิจการเป็นบริษัทมหาชน ดังนั้นกลไกของตลาดทุนที่มีศักยภาพจะพัฒนาเอสเอ็มอีให้เติบโตถึงระดับนี้ นอกจากนี้บางมาตรการสามารถใช้ร่วมกันต่อเนื่อง เช่น ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เงินอุดหนุนเพื่อใช้บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจ ศูนย์ให้บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว ศูนย์รวมผลงานวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และหลายประเทศมีกองทุนฟื้นฟูจากภัยพิบัติเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงกองทุนฟื้นฟูกรณีเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ฯลฯ

ตอนหน้าพบกรณีตัวอย่างการบริหารจัดการนโยบายและการส่งเสริมเอสเอ็มอีประเทศญี่ปุ่น สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สนใจติดตามข้อมูลได้ที่ www.sme.go.th

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน