
หนุนรุกตลาดผ่านเว็บเที่ยวจีน
จากการที่คนยุคใหม่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือสำคัญในการจองและค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวมากขึ้น
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
จากการที่คนยุคใหม่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือสำคัญในการจองและค้นหาข้อมูลท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มนี้เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในจีนถือเป็นทิศทางที่มาแรงมาก หากผู้ประกอบการไทยยังคงใช้วิธีติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวแบบเดิมๆ อย่างเดียว ก็อาจสูญเสียโอกาสสำคัญในการได้นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ไป
สมชัย รัตนโอภาส ประธานบริหาร โรงแรมเอ-วัน กรุงเทพฯ และพัทยา เปิดเผยว่า โรงแรมเอ-วัน มีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนใช้บริการมาก ที่ผ่านมาเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนชัดเจน โดยสัดส่วนคนจีนที่จองผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก เห็นได้จากยอดจองของคนจีนผ่านตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) บางโรงแรมในกลุ่มเอ-วัน มีมากเกิน 50% ของยอดคนจีนทั้งหมดที่ใช้บริการ
ขณะที่โรงแรมเองก็ได้ปรับกลยุทธ์ระยะหนึ่งแล้ว โดยจากเดิมที่ติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวในไทยอย่างเดียว เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่มาผ่านบริษัทนำเที่ยว ก็ต้องส่งทีมงานติดต่อโดยตรงกับโอทีเอเจ้าใหญ่ในจีน เพราะเห็นว่าระบบการจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ของจีนเริ่มมีหลักเกณฑ์น่าเชื่อถือ
ด้านข้อมูลจากเว็บไซต์ ไชน่าอินเทอร์เน็ตวอทช์ดอทคอม ระบุว่า ตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ของจีนไตรมาสแรกที่ผ่านมามีมูลค่า 1.56 แสนล้านหยวน หรือ 7.79 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2558 และเพิ่มขึ้น 14.7% จากไตรมาส 4 ปี 2558 ขณะที่ทั้งปี 2558 มีมูลค่า 4.74 แสนล้านหยวน หรือ 2.37 ล้านล้านบาท โดยมูลค่าตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ของจีนไตรมาสแรกปีนี้มีสัดส่วนมาจากการจองห้องพักออนไลน์ 16.7% การจองแพ็กเกจท่องเที่ยวออนไลน์ 10.7% และการจองตั๋วโดยสารเครื่องบิน รวมถึงการโดยสารอื่น 72.6%
บังอรรัตน์ ชินะประยูร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานปักกิ่ง กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนจองการเดินทางผ่านออนไลน์ 50% แต่หากเจาะลึกที่คนจีนในเมืองใหญ่พบว่าจองผ่านออนไลน์ 60-70% สัดส่วนการจองออนไลน์ทั้งหมดมาจากการจองผ่านโทรศัพท์มือถือ 70-80% และแนวโน้มที่กำลังมาแรงในจีนคือการใช้บริการโมบาย ทราเวล เอเยนต์ (เอ็มทีเอ) คือบริษัทนำเที่ยวผ่านโทรศัพท์
มือถือ โดยคนที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 35 ปี กลุ่มนี้ใช้เครื่องมือต่างๆ บนสมาร์ทโฟนคล่องแคล่วอยู่แล้ว
“การท่องเที่ยวของคนจีนขณะนี้ หากเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง จะมีบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่จนถึงรายเล็กที่ทำธุรกิจบนออนไลน์ เช่น ซีทริปดอทคอม (ctrip.com) ชวี่หน่าดอทคอม (qunar.com) และไป่เฉิงดอทคอม (baicheng.com) ซึ่งคนจีนมีปัญหาเรื่องภาษาสื่อสารกับประเทศอื่นจึงนิยมใช้เว็บไซต์ในประเทศเป็นหลัก” บังอรรัตน์ กล่าว
นอกจากนี้ บริการในเว็บไซต์จีนก้าวหน้าไปมาก มีพื้นที่แนะนำแหล่งท่องเที่ยวเป็นภาษาจีนที่ทำให้คนเดินทางเที่ยวเองง่ายขึ้น ซึ่งคนรุ่นใหม่นิยมใช้โดยเฉพาะบริการที่ทำผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวระหว่างที่เดินทางท่องเที่ยวอยู่ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญทำให้บริษัทนำเที่ยวจีนขายสินค้าและบริการต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวระหว่างเดินทางได้มากขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันเว็บไซต์ด้านท่องเที่ยวในจีนที่โด่งดังมากคือ www.mafengwo.cn เว็บไซต์แนะนำข้อมูลท่องเที่ยวคล้ายทริปแอดไวเซอร์ที่คนทั่วโลกใช้ มีข้อมูลจากผู้ใช้บริการมารีวิวการท่องเที่ยวให้คนอื่นทราบ เพียงแต่เว็บไซต์นี้ทำเจาะกลุ่มคนจีนโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีผู้ใช้กว่า 200 ล้านคนในจีน ในจำนวนนี้ใช้งานประจำกว่า 80 ล้านคน หลังจากเปิดตัวมา 6 ปีเท่านั้น
จรัญ ชื่นในธรรม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเฉิงตู กล่าวว่า ททท.กำลังทำแอ็กเคาต์ในแอพพลิเคชั่นวีแชท ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยได้เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการจีนผ่านช่องทางนี้ คาดว่าจะทำเสร็จเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางอัพเดทโปรโมชั่นและข้อมูลสินค้าและบริการของตัวเองในวีแชทได้เร็วขึ้น และทำให้ผู้ประกอบการไทยมองเห็นตัวแทนจำหน่ายในจีนแต่ละรายที่เข้ามาช่องทางนี้แล้วไปติดต่อกันได้
ผู้ประกอบการที่อยากเจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนไม่ควรพลาดใช้เว็บไซต์ท่องเที่ยวยอดนิยมในจีนเหล่านี้ เพราะคนจีนที่พร้อมจ่ายรออยู่ในช่องทางดังกล่าวแล้ว







