
ครม.ตีกลับรถเมล์
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตีกลับโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งในที่ประชุม ครม. มีการหารือกันอย่างเข้มข้นในเรื่องดังกล่าว โดย ครม.มีมติให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ไปศึกษา 2 เดือนก่อนเสนอเข้า ครม. ใหม่อีกครั้ง
ทั้งนี้ ในการพิจารณานายกรัฐมนตรีได้ติงว่า ในการจัดซื้อจัดจ้างบางตัวยังมีตัวเลขที่แพงกว่าเดิม การเกษียณอายุของพนักงานยังไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้จากเป้าหมาย 6,000 คน และเห็นว่าการทำตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ก็ทำให้งบประมาณโครงการนี้สูงมาก
นอกจากนั้น พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการพิเศษ ได้ทำหนังสือคัดค้านการพิจารณาเข้ามา โดยเห็นว่า ครม.ควรให้กระทรวงคมนาคมกลับไปทำตามแผนที่ ครม. วันที่ 29 ก.ย. 2552 ที่ได้ให้กระทรวงคมนาคมกลับไปทำแผนให้ละเอียดในหลายเรื่อง เมื่อรายละเอียดยังไม่เสร็จก็ยังไม่ควรพิจารณาเรื่องนี้
ขยับเป้าส่งออกโต 20%
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้มีการปรับเป้าหมายส่งออกปีนี้ใหม่ โดยคาดว่าจะโตไม่น้อยกว่า 20% มูลค่า 1.89 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการปรับเป้าครั้งที่ 3 ของปี จากครั้งแรกที่ตั้งไว้ครั้งแรก 14% มูลค่า 1.73 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ปัจจัยหลักมาจากแนวโน้มส่งออกครึ่งปีหลังยังโตตามทิศทางเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบยังน่าเป็นห่วงในเรื่องของการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม และปัญหาต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะค่าระวางเรือที่สูง ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นยังไม่กระทบ เนื่องจากค่าเงินในภูมิภาคแข็งค่าในทิศทางเดียวกัน ราคาน้ำมันยังอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
รื้อระบบน้ำตาล
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษารายละเอียดการปรับโครงสร้างอ้อยและน้ำตาลทรายตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะศึกษาโครงสร้างระบบอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งหมด
สำหรับการศึกษาเพื่อปรับโครงสร้างครั้งนี้ นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวว่า การปรับโครงสร้างหรือจะปรับมาใช้ราคาน้ำตาลทรายระบบกึ่งลอยตัว จะต้องพิจารณาถึงความเข้มแข็งของชาวไร่อ้อยในเรื่องการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตด้วย
ค้านซื้อปุ๋ยยางพารา
สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ได้มีโครงการจัดซื้อปุ๋ยยางพาราสูตร 20820 จำนวน 3 หมื่นตัน วงเงิน 570 ล้านบาท เพื่อส่งมอบให้เกษตรกรที่เข้าโครงการรับการสงเคราะห์จาก สกย. ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) สกย. เมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา บอร์ดได้มีมติให้ สกย. ไปพิจารณาคุณสมบัติของบริษัทเอกชนที่เหลือ 2 ราย พร้อมตรวจคุณภาพของปุ๋ยก่อนที่จะพิจารณาราคา ทำให้การจัดประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีกำหนดเคาะราคาเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ต้องเลื่อนออกไป
โครงการดังกล่าวปรากฏว่าเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราไม่เห็นด้วยและคัดค้านนโยบายดังกล่าว โดยประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย เห็นว่าเป็นนโยบายที่เกิดจากความต้องการของทางการเมือง เพราะฉะนั้นจะเดินหน้าค้านให้ถึงที่สุด โดยเตรียมยื่นหนังสือคัดค้านต่อบอร์ดและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์







