
กลต.เข้มหยุดอินไซด์
สถิติครึ่งปีเบี้ยปรับทำผิดพุ่ง/ซื้อกิจการ8หมื่นล้าน
สถิติครึ่งปีเบี้ยปรับทำผิดพุ่ง/ซื้อกิจการ8หมื่นล้าน
โพสต์ทูเดย์ - ก.ล.ต.ย้ำชัด ต่อไปนี้ผู้บริหาร บจ.อ้างไม่รู้อินไซเดอร์ เทรดดิ้งไม่ได้ ธ.ค. หลังร่วมยกเครื่องธรรมาภิบาลฉบับใหม่ เปิดสถิติครึ่งปีปรับทำผิดเกือบ 500 ล้าน ครอบงำกิจการ 8 หมื่นล้านบาท
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากนี้ไปผู้บริหารและกรรมการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะไม่รู้หรือไม่เข้าใจเรื่องกรณีใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้นเพื่อผลประโยชน์ (อินไซเดอร์ เทรดดิ้ง) ไม่ได้ เพราะทางสำนักงานได้แจกคู่มือปฏิบัติที่มีแบบและกรอบที่ชัดเจนไปให้แล้ว
“เพียงแต่ว่าหลังจากนี้แต่ละ บจ.เองซึ่งอาจจะยกหน้าที่ให้กับเลขานุการบริษัทเป็นคนนำแนวทางปฏิบัติดังกล่าวไปปรับเป็นแผนกรอบการทำงานของแต่ละบริษัทนั่นเอง เพื่อเป็นการปกป้องให้กรรมการบริษัท ซึ่งเมื่อก่อนผู้บริหารอาจจะใช้ความรู้สึกและคิดว่าอะไรควรเปิดเผยหรือไม่ แต่ตอนนี้มีคู่มือที่สามารถนำไปปรับใช้ให้ชัดเจนแล้ว” นายรพี กล่าว
ทั้งนี้ จากการเสวนาให้ความรู้เทคนิคการจัดการอินไซด์แบบฉบับนักบริหารมืออาชีพ กับผู้บริหารหรือบอร์ดของ บจ.ไป ที่ผ่านมาทำให้เห็นประเด็นอย่างหนึ่งคือ แต่ละ บจ.ไม่มีระบบรองรับเรื่องช่วยกรรมการหรือทำความรู้ความเข้าใจกับกรรมการ เมื่อเวลาไปทำธุรกรรม แต่ไม่มีการบอกถึงข้อห้าม ไม่มีการจัดกลุ่มความลับ หรือรักษาความลับ รวมถึงไม่มีการจัดข้อมูลให้กรรมการได้ทราบว่า หน้าที่และข้อควรระวังคืออะไรในการเปิดเผยข้อมูลเป็นอย่างไร โดยหลายคนมองว่า ซื้อขายได้ ใช้ได้ พอ ก.ล.ต.ปรับก็จะเสียชื่อ
สำหรับความคืบหน้าการยกร่างเรื่องหลักการบริหารที่ดี (CG Code) ขึ้นมาใหม่ จะเป็นการระบุเรื่องบทบาทและความรับผิดชอบคณะกรรมการในการบริหารกิจการเพื่อสร้างคุณค่าให้กิจการอย่างยั่งยืน โดยในปัจจุบัน มีนายชนินท์ ว่องกุศลกิจ เป็นประธาน และเป็นความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ผู้แทนบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เข้ามาช่วยดู เพิ่มสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะสรุปผลได้ในเดือน พ.ย. และจะเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ก.ล.ต.พิจารณาต่อไปในเดือน ธ.ค.นี้
“ผลตอบรับจากที่มีการเฮียริ่งเบื้องต้นคือ ต้องการที่ไม่ต้องมีรายละเอียดเยอะ ให้ระบุชัดๆ อย่าให้สับสนระหว่างบทบาทของ ก.ล.ต.กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และทำอย่างไรให้ง่ายต่อการปฏิบัติเท่านั้น โดยในช่วง 2-3 ปีแรกถือเป็นแนวปฏิบัติเท่านั้น จะยังไม่มีการประเมินซีจีใหม่ แต่ CG Code ใหม่นี้ก็ยังเป็นแนวทางจากฉบับเดิมประมาณ 70-80%” นายรพี กล่าว
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ได้เปิดข้อมูลสถิติสำคัญไตรมาส 2 ปี 2559 พบว่า ได้ดำเนินการกล่าวโทษ 2 คดี จำนวน 6 คน และดำเนินการเปรียบเทียบปรับทั้งสิ้น 463.63 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งแรกของปี 2559 ได้ดำเนินการกล่าวโทษ 16 คดี จำนวนผู้ถูกกล่าวโทษ รวม 44 คน และดำเนินการเปรียบเทียบปรับ 492.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,341% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ 34.17 ล้านบาท
นอกจากนี้ พบว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ได้รับเรื่องร้องเรียนการกระทำอันไม่เป็นธรรม ครอบคลุม ปั่นหุ้น แพร่ข่าว ใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหุ้น เป็นจำนวน 11 เรื่อง ประกอบธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาต 9 เดือน และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แนะนำการลงทุน 1 เรื่อง รวมแล้ว 2 เรื่อง ถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2558 มีเรื่องร้องเรียน 62 เรื่อง ทั้งนี้ จำนวนเรื่องที่ส่งต่อไปยังหน่วยงานภายนอก 12 เรื่อง
ขณะที่ยอดระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ทั้งในส่วนของการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ครึ่งแรกของปี 2559 ลดลงอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 โดยครึ่งแรกของปี 2559 มีการเสนอขายไอพีโอจำนวน 8 บริษัท มีมูลค่าระดมทุน 2,403 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกของปี 2558 มีการเสนอขายจำนวน 12 บริษัท มียอดระดมทุน 2 หมื่นล้านบาท
สำหรับสถิติในการเสนอซื้อกิจการเพื่อครอบงำกิจการในช่วงครึ่งปีแรกนั้นมีทั้งสิ้น 5 บริษัท ที่มีการซื้อกิจการมีมูลค่าที่เกิดขึ้นจริง 8.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกของปี 2558 ที่มีจำนวน 4 บริษัท และมีมูลค่าที่เกิดขึ้นจริง 4.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมากกว่าปี 2558 ทั้งปีที่มีการซื้อกิจการที่เกิดขึ้นจริงมีมูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท
ด้านการซื้อการขายเพื่อออกจากตลาดหลักทรัพย์มีเพียง 2 บริษัท มีมูลค่าเกิดขึ้นจริง 2,740 ล้านบาท







