
‘โสภณ’รับค้านอดีตดีดีบินไทยร้องตั้งไทเกอร์
โพสต์ทูเดย์
— โสภณเผยอดีตผู้บริหารบินไทยยื่นหนังสือค้านร่วมทุนสิงคโปร์ ตั้งสายการบินต้นทุนต่ำนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้อดีตผู้บริหารบริษัท การบินไทย ได้ยื่นหนังสือโดยเรียกร้องให้พิจารณาเรื่องการจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส อย่างรอบคอบ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี โดยตนจะนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาต่อไป ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมส่งหนังสือให้การบินไทยชี้แจงขั้นตอนการจัดตั้งว่าเป็นไปตามกฏระเบียบและข้อกฏหมายหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสิทธิการบินที่การบินไทยได้รับอยู่นั้นจะต้องแปรเป็นตัวเงินหรือไม่ และจะมีมูลค่าเท่าใด ถ้าประเมินแล้วพบว่ามีมูลค่าเกิน 1 พันล้านบาทจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของพรบ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานและดำเนินการตามกิจการของรัฐพ.ศ.2535 หรือไม่
ทั้งนี้ ตนเห็นว่าขั้นตอนการจัดตั้งไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ต่างจากการจัดตั้งนกแอร์ โดยการจัดตั้งนกแอร์ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ครม. โดยวัตถุประสงค์การจัดตั้ง คือ ส่งเสริมการบินในประเทศและภูมิภาค ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ แต่การบินไทยกลับจัดตั้งสายการบินรายใหม่
ด้านนายฉัตรชัย บุญยะอนันต์ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย กล่าวว่า กลุ่มอดีตผู้บริหารการบินไทยเป็นห่วงการบินไทยและอุตสาหกรรมการบินของประเทศ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการจัดตั้งไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส จึงต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ซึ่งกลุ่มอดีตผู้บริหารการบินไทยเห็นตรงกันว่า ไม่ควรร่วมทุนกับไทเกอร์ แอร์เวย์ส พร้อมเสนอแนะให้ใช้นกแอร์เป็นเครื่องมือในการเพิ่มส่วนแบ่งรายได้
“
การบินไทยถือหุ้น 39% ในนกแอร์ ซึ่งมากกว่าผู้ถือหุ้นรายอื่น อย่าบอกว่าควบคุมไม่ได้ ถ้าการบินไทยไม่สามารถร่วมมือกับนกแอร์ได้ ก็ควรร่วมมือกับสายการบินภายในประเทศ หรือจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำเอง โดยไม่ต้องร่วมมือกับใคร” นายฉัตรชัย กล่าวถ้าร่วมทุนกันแล้วการบินไทยไม่ได้ประโยชน์ การบินไทยควรขายหุ้นทิ้งไปจะดีกว่า และการบินไทยควรหันมาดูว่ามีส่วนทำให้สายการบินต้นทุนต่ำเติบโตอย่างรวดเร็วหรือไม่ เขาโตได้เพราะการบินไทยยกเลิกบางเส้นทางในประเทศและขึ้นค่าตั๋ว พอให้นกแอร์บินแทน ก็บินมั่งไม่บินมั่งจนเกิดปัญหา จึงเป็นโอกาสให้เขาเติบโตได้เร็ว"นายฉัตรชัย กล่าว เพียงพอที่จะได้รับการสนับสนุนเงินทุนหรือเงินกู้ ซึ่งการบินไทยดำเนินธุรกิจสายการบินพรีเมียมได้ถึง 50 ปี จึงมีประสบการณ์ สามารถดำเนินธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำได้แน่นอน"การร่วมทุนกับไทเกอร์ แอร์เวย์สจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ จะกระทบต่อการบินไทยและสายการบินของไทยรายอื่นแน่นอน เพราะเส้นทางบินทับซ้อนกัน ที่สำคัญสิงคโปร์แอร์ไลนส์และกลุ่มเทมาเส็กถือหุ้นไทเกอร์แอร์เวย์สกว่า 40% สิงคโปร์ไม่มีจุดบินในประเทศ การบินไปต่างประเทศจะต้องเจรจาสิทธิการบิน เขาจึงต้องร่วมมือกับสายการบินประเทศอื่น เหมือนแอบแฝงใช้สิทธิการบินโดยการร่วมทุน อย่าลืมว่าสิทธิการบินเป็นทรัพยากรของประเทศ แม้การบินไทยจะได้ 51% แต่เขาก็ได้ไป49%เช่นกัน ทำไม่ไม่ทำให้ 49% ที่เหลือตกอยู่ในประเทศไทย"นายฉัตรชัย กล่าว







