posttoday
การคุมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับไม่น่ากระทบ MTLS

การคุมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับไม่น่ากระทบ MTLS

12 กรกฎาคม 2559

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มลีสซิ่งเกิดอาการดราม่า หลังมีข่าว สคบ.จะทบทวนสัญญาธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ โดยเฉพาะประเด็นการคิดอัตราดอกเบี้ยปรับและการคิดค่าธรรมเนียมการติดตามทวงถามหนี้ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ฉบับใหม่ และอาจมีเกณฑ์ที่เข้มขึ้นในการห้ามคิดอัตราดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด คือ ไม่เกิน 15%

ข่าวดังกล่าวต้องแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ 1.ค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้ และ 2.อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อเช่าซื้อที่ห้ามคิดเกิน 15% แต่เนื่องจากประเด็นหลังอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่ปี 2523 และทุกบริษัทเช่าซื้อในตลาดหลักทรัพย์ คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 15% กันอยู่แล้ว จึงคิดว่า สคบ.น่าจะพุ่งเป้าไปที่ค่าเบี้ยปรับมากกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเด็นไม่กระทบธุรกิจของ MTLS ที่ FSS (บล.ฟินันเซีย ไซรัส) แนะนำมาแต่แรก การปรับลงของราคาหุ้นจึงเป็นโอกาสในการสะสมอีกครั้ง  

คุมอัตราดอกเบี้ยที่ 15% อาจกระทบ TK GL

บริษัทเช่าซื้อในตลาดหลักทรัพย์ ทุกบริษัทมีการเก็บอัตราดอกเบี้ยในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อที่ไม่เกิน 15% ซึ่งปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2523 อยู่แล้ว FSS คาดว่า TISCO TCAP KKP THANI และ ASK ไม่ได้รับผลกระทบ โดยพิจารณาจาก Loan Yield ของ TISCO TCAP KKP อยู่ที่ 5-6% ส่วน THANI ASK อยู่ที่ 8-10%

ขณะที่ TK GL มี Loan Yield สูงถึง 35% ในจำนวนนี้เป็นอัตราดอกเบี้ย 15% และที่เหลือเป็นค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน หากกฎดังกล่าวเป็นการควบคุมการเก็บทั้งหมดไม่ให้เกิน 15% อาจมีผลกระทบ TK อย่างมีนัยสำคัญ ส่วน GL กระทบน้อยกว่า เพราะกระจายธุรกิจไปต่างประเทศค่อนข้างมาก ขณะที่ MTLS SAWAD KTC ไม่กระทบ เพราะมีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์น้อยมาก และคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 15% อยู่แล้ว (กฎนี้ไม่มีผลต่อธุรกิจที่ให้สินเชื่อจำนำทะเบียนและบัตรเครดิต)

ประเด็นค่าเบี้ยปรับอาจกระทบ SAWAD

พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ฉบับปี 2558 ไม่ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน แต่หากพิจารณาจากอัตราการทวงถามของ ธปท. ที่กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ใช้คือ 100 บาท/ครั้ง เราคาดว่าอาจส่งผลกระทบต่อ SAWAD มากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันเก็บค่าติดตาม 200-3,000 บาท/ครั้ง ซึ่งรายได้ค่าปรับและค่าติดตามหนี้คิดเป็น 13% ของรายได้รวม หากอิงกับเกณฑ์ของ ธปท. คาดว่าจะกระทบต่อรายได้ราวครึ่งหนึ่งของที่เคยรับอยู่เดิม หรือราว 250 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11% ของกำไรสุทธิ

ส่วน MTLS เรียกเก็บค่าปรับครั้งละ 50 บาท ต่ำกว่าข้อกำหนดของอุตสาหกรรมที่เฉลี่ยที่ 200 บาท และต่ำกว่าเกณฑ์ของ ธปท. ที่ใช้กำกับกับ KTC ที่ 100 บาท จึงคาดว่าไม่ได้รับผลกระทบ

แนะซื้อ MTLS ASK ระยะสั้นเลี่ยง SAWAD TK

แนวโน้มกำไรสุทธิของกลุ่มลีสซิ่งและไฟแนนซ์ในไตรมาส 2/2559 คาดว่า MTLS GL TK THANI น่าจะเติบโตได้ดีสวนฤดูกาล (ไตรมาส 2 เป็น Low Season) เพราะต้นทุนดอกเบี้ยและการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง ส่วน SAWAD เราคาดว่ากำไรไตรมาส 2/2559 จะชะลอตัว 2% จากไตรมาสแรก จากแนวโน้มการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น

กระแสข่าวดังกล่าวอาจยังกดดันราคาหุ้นในกลุ่มนี้จนกว่าจะมีความชัดเจนปลายสัปดาห์นี้ที่ สคบ.จะประกาศเกณฑ์ใหม่ เราเห็นว่าระยะสั้นน่าจะลดความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ใหม่ไปก่อน ได้แก่ SAWAD และ TK แต่ยังคงแนะนำ ซื้อ MTLS และ ASK ขณะที่ GL และ THANI ราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน