posttoday
เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์ 2 ระบบชำระเงินแห่งชาติ

เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์ 2 ระบบชำระเงินแห่งชาติ

09 กรกฎาคม 2559

ธนาคารพาณิชย์โหมโรงชักชวนประชาชนลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์กับธนาคารด้วยรางวัลใหญ่ล่อใจ

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

ธนาคารพาณิชย์โหมโรงชักชวนประชาชนลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์กับธนาคารด้วยรางวัลใหญ่ล่อใจ ไล่มาตั้งแต่ทองคำ ยันรถยนต์ ทำให้ประชาชนเตรียมพร้อมจะนำบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร และหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ไปลงทะเบียนใช้ระบบการชำระเงินแห่งชาติกันยกใหญ่ เพราะมีโอกาสได้ลาภลอย

แต่ถามว่าเมื่อลงทะเบียนใช้ระบบพร้อมเพย์แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้าง คำตอบคือ หากเป็นประชาชนคนธรรมดาที่ไม่ได้รับสวัสดิการจากรัฐบาลก็ยังไม่ได้อะไร แต่ถ้าเป็นคนที่รับสวัสดิการจากรัฐบาลก็จะได้ประโยชน์จากระบบนี้มากในช่วงแรก

ทั้งนี้ รัฐบาลประกาศจ่ายเงินรัฐสวัสดิการต่างๆ จ่ายตรงให้กับประชาชนโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกต่อไป โดยมีเงื่อนไขว่าผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการรับสวัสดิการจากรัฐบาลจะต้องมาลงทะเบียนพร้อมเพย์กับธนาคารของรัฐ 3 แห่งเท่านั้น คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่วนประชาชนทั่วไปก็สามารถลงทะเบียนได้กับธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารรัฐที่เปิดให้บริการพร้อมเพย์ทุกแห่ง

แต่ความจริงของระบบชำระเงินแห่งชาติ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) ในขณะนี้ คือจะมีการให้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต 2 ระบบ คือ ระบบพร้อมเพย์ ที่รัฐบาลส่งเสริม และระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งปกติที่ธนาคารพาณิชย์ให้บริการอยู่ในขณะนี้ ความต่างกันของทั้งสองระบบนี้คือ ค่าธรรมเนียม ที่ระบบพร้อมเพย์นั้นธนาคารพาณิชย์ตกลงลดค่าบริการโอนเงินข้ามเขต ข้ามธนาคารลง หากโอนเงินไม่เกิน 5,000 บาท ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม หากเกินกว่านั้นก็คิดค่าธรรมเนียมตามกำหนดที่ต่ำกว่าระบบปกติของธนาคารพาณิชย์ และจะต้องเป็นระบบพร้อมเพย์โอนเงินให้กับระบบพร้อมเพย์เท่านั้น

ทำไมจะต้องถูกแบ่งออกเป็น 2 ระบบ เรื่องนี้แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า กว่าจะตกลงกันมาเป็นพร้อมเพย์ก็ไม่ง่าย เพราะธนาคารแต่ละแห่งมีรายได้จากค่าธรรมเนียมถึง 25-30% ของรายได้ทั้งหมด การปรับระบบชำระเงินเป็นระบบเดียวจะทำให้กำไรของธนาคารพาณิชย์หายวับไปในทันที ซึ่งจะกระเทือนผลประกอบการธนาคารโดยเฉพาะในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว รายได้จากการปล่อยสินเชื่อลดลง ฉะนั้นในระยะแรกไม่อาจทำให้เป็นระบบชำระเงินแห่งชาติโดยสมบูรณ์ได้ และในอนาคตก็ไม่แน่ใจว่าจะทำให้เป็นระบบเดียวได้หรือไม่

ดังนั้น จะเรียกระบบพร้อมเพย์ว่าเป็นระบบการชำระเงินแห่งชาติได้หรือไม่ ก็แล้วแต่นิยามของธุรกรรม แต่ระบบที่มีประสิทธิภาพควรจะเป็นระบบเดียว

บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า การมี 2 ระบบ มีข้อดีตรงที่ทำให้ประชาชนมีทางเลือกว่าต้องการความสะดวกแบบไหน และหากเริ่มในเฟสที่ 2 เป็นแบบโอนเงิน P2B คือบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล ลูกจ้างจะเป็นอิสระในการเลือกใช้บัญชีธนาคารไหนก็ได้ที่จะรับเงินเดือน

ขณะที่แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เท่าที่ได้หารือกับทางธนาคารพาณิชย์ที่ใช้บัญชีเงินเดือนให้กับพนักงานธนาคารใด ทางธนาคารจะไปหารือกับ HR แนะนำให้ลูกจ้างผูกบัญชีพร้อมเพย์กับบัญชีเงินเดือน เพื่อความสะดวกในการรับเงินเดือน

แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อในช่วงแรกผู้ที่จำเป็นจะต้องใช้ระบบพร้อมเพย์คือผู้ที่รับสวัสดิการจากรัฐ บุคคลธรรมดาที่จะมีธุรกรรมภาษีกับกรมสรรพากรก็ไม่ต้องรีบไปลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์ยังมีเวลาให้ทยอยไปลงได้ แต่การเร่งเร้าจากโปรโมชั่นของธนาคารแต่ละแห่งเพื่อที่จะดึงลูกค้าของตัวเองไว้ ไม่ให้ไหลไปที่อื่น ทำให้ลูกค้ารีบไปลงทะเบียนเพื่อหวังรางวัลจากโปรโมชั่น

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เป็นห่วงในขณะนี้คือ การที่มีคนพยายามตั้งตัวเป็นกูรูด้านไอทีแล้วให้ความเห็นที่ผิดเพี้ยนจากความจริงทำให้ประชาชนตื่นกลัวเรื่องความปลอดภัยของการใช้ระบบพร้อมเพย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจให้ดี อย่างเรื่องของเลข 13 หลักที่อาจจะซ้ำกันระหว่างเลขบัตรประชาชนและเลขที่จดทะเบียนนิติบุคคลที่มีอยู่ 100 กว่าเบอร์นั้น ขณะนี้ได้แก้ไขแล้ว โดยกระทรวงมหาดไทยเช็กรายละเอียดลงไปก็โชคดีว่า นิติบุคคล 100 กว่ารายนั้นปิดกิจการไปเกือบหมดแล้ว เหลือแค่ 10-20 ราย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ให้นิติบุคคลเปลี่ยนเบอร์ที่ซ้ำไปแล้วทั้งหมด

“การที่มีคนไปพูดผิดๆ ว่า ถ้าใครลงทะเบียนผูกเบอร์มือถือหรือเลขที่บัตรประชาชนกับบัญชีแล้วจะทำให้มีโอกาสสูญเงินถูกล้วงเงินจากบัญชีได้ นี่เป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น การผูกเลขบัตรประชาชนหรือเลขมือถือหรือไอดีอะไรก็แล้วแต่ในระบบพร้อมเพย์นี้ เป็นไปเพื่อความสะดวกในการรับเงินเข้าบัญชีเท่านั้น ไม่ใช่ว่าผูกไปแล้วคนที่รู้ข้อมูลเลขมือถือหรือไอดีพวกนี้จะสามารถไปถอนเงินออกจากบัญชีได้

บัญชีที่ผูก ถ้าใครจะเข้าถึงก็ต้องเข้าถึงแบบปกติที่ทุกวันนี้ทำอยู่ เช่น ไปสาขาถอนเงินก็ต้องมีลายเซ็น ไปตู้เอทีเอ็มก็ต้องมีบัตรเอทีเอ็ม และมี Pin และถ้าบัญชีนั้นเปิดโมบาย อินเทอร์เน็ต
แบงก์กิ้ง ก็ต้องมี User Password มี OTP ส่งมาทาง SMS เหมือนเดิม ถึงจะโอนเงินออกได้” แหล่งข่าวระบุ

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย