posttoday
ดึงต่างชาติตีกอล์ฟในไทย โรดโชว์จุดเด่นเทียบคู่แข่ง

ดึงต่างชาติตีกอล์ฟในไทย โรดโชว์จุดเด่นเทียบคู่แข่ง

07 กรกฎาคม 2559

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ 

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ 

กอล์ฟเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาผูกโยงกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ เพราะหากดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมาตีกอล์ฟในไทยได้กลุ่มนี้ก็คงไม่ได้มาตีกอล์ฟอย่างเดียว แต่จะมาใช้จ่ายท่องเที่ยวพร้อมซื้อสินค้าและบริการในไทยอีกด้วย

กุลธร มีสมมนต์ ผู้อำนวยการบูรพากอล์ฟ และนายกสมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาค
ตะวันออก เปิดเผยว่า สนามกอล์ฟภาคตะวันออกได้รวมตัวกันตั้งสมาคมมา 20 ปีแล้ว ปัจจุบันมีสนามกอล์ฟที่เป็นสมาชิก 20 สนาม ที่ผ่านมาพยายามไปโรดโชว์ในต่างประเทศต่อเนื่องเพื่อดึงนักกอล์ฟจากทั่วโลกมาใช้บริการ เพราะหากพึ่งพิงนักกอล์ฟในประเทศอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เนื่องจากจำนวนผู้ที่ตีกอล์ฟในไทยไม่มากพอกับจำนวนสนามกอล์ฟที่มีให้บริการอยู่ในประเทศไทย

ด้านสนามกอล์ฟในจุดหมายที่เป็นคู่แข่งสำคัญของไทยหลักๆ มี 3 ประเทศที่คนทั่วโลกนิยมไปตีกอล์ฟ ได้แก่ สเปน โปรตุเกส และตุรกี โดยสนามกอล์ฟในสเปนจัดเป็นสนามกอล์ฟระดับไฮเอนด์ที่สุด ส่วนโปรตุเกส เป็นสนามกอล์ฟระดับรองจากสเปน กลุ่มคนชั้นกลางนิยมไปที่นี่ ขณะที่ตุรกี เป็นสนามกอล์ฟที่คนยุโรปซึ่งไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมากนิยมไปตี เนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่แพง หากเทียบกับสเปนและโปรตุเกส

สำหรับในไทย ค่าใช้จ่ายตีกอล์ฟเทียบได้กับตุรกี หากเทียบกับโปรตุเกส ไทยก็จะถูกกว่าเล็กน้อย ยิ่งถ้าไปเทียบกับสเปน ค่าใช้จ่ายการตีกอล์ฟในไทยจะถูกกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ถ้ามองในแง่คุณภาพ ความท้าทาย ความหลากหลาย และความคุ้มค่า สนามกอล์ฟในไทยเหนือกว่าทั้ง 3 ประเทศที่กล่าวมาแน่นอน

ขณะเดียวกัน ไทยยังมีข้อได้เปรียบอีกอย่าง คือ เป็นจุดหมายที่สามารถตีกอล์ฟได้ 365 วัน หรือตลอดทั้งปีนั่นเอง เพราะในไทยไม่ค่อยจะมีพายุ หรือภัยธรรมชาติที่หนักๆ ดังนั้นจึงออกรอบได้ทุกฤดูกาล ต่างจากสนามกอล์ฟในยุโรป หากเป็นฤดูหนาว แล้วมีพายุก็จะตีกอล์ฟไม่ได้ เพราะสนามกอล์ฟจะปกคลุมไปด้วยหิมะ

หากจะเจาะลึกลงมาที่สนามกอล์ฟภาคตะวันออก ก็ยิ่งมีจุดเด่นมากขึ้นไปอีก เพราะแต่ละสนามอยู่ไม่ห่างจากสนามบินมาก และยังอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวมากมาย นอกจากนั้นยังมีความหลากหลายของสนาม มีทั้งระดับราคาถูก ราคาระดับกลาง จนถึงราคาแพงให้เลือกได้ตามใจชอบ ต่างจากบางประเทศที่ค่าใช้จ่ายในการตีกอล์ฟราคาแพงเหมือนๆ กันหมดทุกสนาม

กุลธร กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมาชิกสมาคมผู้บริหารสนามกอล์ฟภาคตะวันออกได้รวมตัวกันไปโรดโชว์มาแล้ว 7 ประเทศ ได้แก่ สเปน ตุรกี จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม มาเลเซีย และเกาหลีใต้ สาเหตุที่เลือกไปโรดโชว์จุดหมายเหล่านี้เพราะเป็นประเทศที่มีคนไปตีกอล์ฟมาก จึงไปเพื่อดึงกลุ่มผู้ใช้บริการให้มาตีกอล์ฟในไทยบ้าง ผ่านกลยุทธ์ออกงานประชุม งานเจรจาซื้อขายในอุตสาหกรรมกอล์ฟตามประเทศเหล่านี้ให้ตัวแทนจำหน่ายและนักตีกอล์ฟรู้จักสนามกอล์ฟในไทยมากขึ้น ที่ผ่านมาก็ออกงานต่อเนื่อง 5 ปีแล้ว

นอกจากนั้น ยังรับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอุตสาหกรรมกอล์ฟ และมีการเจรจาซื้อขายระหว่างผู้ประกอบการกับตัวแทนจำหน่ายต่างๆ ในไทยด้วย รวมทั้งยังมองแนวทางขยายตลาดที่จะไปโรดโชว์เพิ่มมากขึ้นในอนาคต เช่น เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ รวมถึงเยอรมนีและสหราชอาณาจักร เพราะเป็นประเทศที่มีนักกอล์ฟจำนวนมาก

“ในธุรกิจกอล์ฟจะไม่ได้นับยอดใช้บริการเป็นจำนวนคนแต่จะนับเป็นจำนวนการออกรอบ ซึ่งประเทศไทย 1 ปีจะมียอดผู้ใช้บริการมาออกรอบ 1 ล้านรอบ/ปี ในจำนวนนี้ 50% เป็นคนไทยและชาวต่างชาติที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในไทย (เอ็กซ์แพต) ส่วนอีก 50% เป็นขาวต่างชาติที่บินมาเล่นกอล์ฟในไทย โดยกลุ่มหลักๆ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรป และสแกนดิเนเวีย ขณะที่สนามกอล์ฟภาคตะวันออกมีส่วนแบ่งตลาดการออกรอบอยู่กว่า 35-40% ของจำนวนการออกรอบทั้งประเทศ”

ทั้งนี้ ในไทยมีสนามกอล์ฟเปิดใหม่ต่อเนื่อง โดยในปีนี้เฉพาะทางภาคตะวันออกมีเปิดใหม่ 2-3 สนาม และยังมีพื้นที่ที่มีโอกาสพัฒนาเป็นสนามกอล์ฟได้อีกกว่า 10 สนามในอนาคต แต่ปัญหาคือการเพิ่มจำนวนนักกอล์ฟยังน้อยกว่าสนาม ดังนั้น การส่งเสริมให้มีนักกอล์ฟไทยมากจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กับการทำตลาดต่างประเทศ

กุลธร กล่าวว่า สมาคมจะออกงานไทยเที่ยวไทยทุกปีเพื่อเสนอโปรโมชั่นใช้บริการสนามกอล์ฟทางภาคตะวันออก และพยายามจัดกิจกรรมต่อเนื่องดึงคนไทยมาสัมผัสกับกอล์ฟ สะท้อนว่ากอล์ฟเป็นกีฬาเพื่อสุขภาพ กระชับมิตร สร้างสังคม และเชื่อมความสัมพันธ์ครอบครัวได้ดี เพราะคนที่จะตีกอล์ฟต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงอยู่ร่วมกันในสนาม คงไม่มีกีฬาชนิดไหนเชื่อมความสัมพันธ์คนได้โดยใช้เวลาร่วมกันคุ้มค่าเท่านี้ และกีฬากอล์ฟยังบอกนิสัยของคนได้ด้วย หากนิสัยไม่ดี ขี้โกง จะรู้ได้จากการตีกอล์ฟ ถ้าเป็นไปได้รัฐบาลควรส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่เล่นกอล์ฟมากขึ้น อย่างน้อยก็ดีกว่าใช้เวลากับกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ผ่านหน้าจออย่างเดียว

ด้านบูรพากอล์ฟเปิดมา 23 ปีแล้ว ที่ผ่านมาพัฒนาสนามกอล์ฟต่อเนื่องเรื่องการสร้างแบรนด์ผ่านการจัดแข่งขันทุกระดับ เน้นพัฒนานักกอล์ฟอาชีพเพื่อแข่งขันระดับโลก และจะพยายามสนามกอล์ฟให้ทันโลกตลอดเวลา เช่น ขยายระยะการเล่น เพิ่มอุปสรรค ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในสนาม ทำทุก 5 ปี แต่ละครั้งใช้งบกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งรอบต่อไปที่จะปรับปรุงคือ 2 ปีข้างหน้า

หากภาครัฐและเอกชนไทยร่วมกันส่งเสริมตลาดดึงนักกอล์ฟต่างชาติมาตีกอล์ฟในไทยดีๆ ท่องเที่ยวไทยจะได้อานิสงส์จากกำลังซื้อสูงของคนเล่นกอล์ฟที่มาท่องเที่ยวด้วยแน่นอน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร