
เปิดเพลงให้ลูกค้าฟัง ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่
โดย...สกล
โดย...สกล
ตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์ การเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังจะเข้าข่ายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ อาจแยกได้เป็นสองกรณี คือ
กรณีเปิดเพลงจากแหล่งที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง เช่น จากแผ่นซีดีที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือจากสถานีวิทยุที่ได้ลิขสิทธิ์ หรือจากยูทูบที่เจ้าของลิขสิทธิ์อัพโหลดไว้
การละเมิดลิขสิทธิ์ในกรณีนี้จะเกิดขึ้นจากฐานเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่บัญญัติในมาตรา 27 ที่เป็นบททั่วไป หรือตามมาตรา 28 อันเป็นบทเฉพาะสำหรับงานอันมีลิขสิทธิ์ จำพวกโสตทัศนศึกษา ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง ซึ่งมีองค์ประกอบ คือ 1.เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ 2.เผยแพร่ต่อสาธารณชน 3.โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
กรณีเปิดเพลงจากแหล่งที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น เปิดจากแผ่นซีดีหรือฮาร์ดดิสก์ที่ได้ก๊อบปี้มาโดยละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 31 มีองค์ประกอบ คือ 1.รู้อยู่หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าเพลงที่เปิดให้ลูกค้าฟังเป็นงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น 2.เผยแพร่ต่อสาธารณชน 3.เพื่อหากำไร
การเปิดเพลงให้ลูกค้าฟัง ถือว่าเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนแล้ว (คำพิพากษาฎีกาที่ 302/2550) ปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไป คืออย่างไรจึงถือว่าเป็นการหากำไร ซึ่งศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาวินิจฉัยไว้ว่า การเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังโดยไม่ได้เก็บเงินค่าตอบแทนจากลูกค้าในการเปิดเพลงให้ฟังหรือบวกเข้าไปในค่าอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ถือเป็นการหากำไร จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 31 ลงโทษจำเลยไม่ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 10579/2551 และที่ 8220/2553) ถือเป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาว่าเป็นการหากำไรหรือไม่
สำหรับกรณีที่ร้านกาแฟใน จ.แพร่ เปิดเพลงจากยูทูบให้ลูกค้าฟัง และถูกกล่าวหาจากค่ายเพลงว่า ละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ไม่ใช่กรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 31 เพราะเปิดจากยูทูบที่เจ้าของลิขสิทธิ์อัพโหลดเอง
หากจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ก็จะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 27 หรือ 28 ซึ่งมีข้อต้องพิจารณาคือได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์หรือไม่ เมื่อไม่ใช่การละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 31 จึงไม่มีข้อต้องพิจารณาว่าเป็นการหากำไรหรือไม่ จึงนำคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวมาอ้างว่าไม่เป็นความผิดไม่ได้ เพราะไม่มีข้อต้องพิจารณาว่ามีการหากำไรหรือไม่
การเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังจากยูทูบอาจเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 27 หรือ 28 ซึ่งมีข้อที่ต้องพิจารณาที่สำคัญคือได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์หรือไม่
การที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้อัพโหลดเพลงเข้าไปในยูทูบเองก็มีจุดประสงค์เพื่อการเผยแพร่ให้ผู้ที่เข้าถึงยูทูบสามารถเปิดฟังเพลงของตนเพื่อประโยชน์ของตนเองอยู่แล้ว การที่เจ้าของร้านเปิดให้ลูกค้าฟังก็สมเจตนาของตนแล้ว น่าจะถือได้ว่าเป็นการอนุญาตโดยปริยายแล้ว ซึ่งคงต้องรอบรรทัดฐานจากคำวินิจฉัยของศาลต่อไป
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์หรือไม่ต้องพิจารณา บทบัญญัติส่วนที่เกี่ยวกับข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ประกอบด้วย มาตรา 32 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า “การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของสิทธิเกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์”
การที่เจ้าของร้านเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังกลับเป็นการช่วยเผยแพร่เพลงของเจ้าของลิขสิทธิ์ เป็นการช่วยให้เพลงแพร่หลายตามความประสงค์เพื่อประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่แล้ว หากไม่ต้องการให้คนอื่นฟังเพลงของตนอย่างฟรีๆ ก็ไม่ควรอัพโหลดลงยูทูบ
การที่เจ้าของร้านเปิดเพลงให้ลูกค้าฟังไม่อาจพิจารณาได้ว่า เป็นการขัดต่อประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่กลับเป็นการช่วยเผยแพร่งานให้สาธารณะได้รับรู้รับฟังจนเกิดความนิยมในหมู่ประชาชนเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ฝ่ายเดียว
เพลงใดที่ไม่มีประชาชนรับรู้รับฟังหรือเข้าถึงได้ยาก ยากที่จะเกิดความนิยมขึ้นได้ เพลงที่ประชาชนไม่นิยมย่อมขายแผ่นได้ไม่มากหรืออาจขายไม่ได้เลย ก็เป็นได้







