posttoday
ชำแหละหัวคิวรับเหมางานท้องถื่นราคาพุ่ง 20-30%

ชำแหละหัวคิวรับเหมางานท้องถื่นราคาพุ่ง 20-30%

13 สิงหาคม 2553

ต้องยอมรับว่าการคอร์รัปชันในแวดวงราชการการเมืองที่เป็นเหลือบเกาะกินสังคมไทยอยู่ทุกวันนี้ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างถือเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ในการปั๊มเงินจากค่าหัวคิวที่ผู้รับเหมายินยอมจ่าย จำเป็นต้องจ่าย หรือจำใจต้องจ่าย เพื่อให้ได้งานมา

ยิ่งเมื่องบประมาณถูกเทมาให้ภาคการก่อสร้างตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนับแสนๆ ล้านบาท ก็ยิ่งทำให้ธุรกิจรับเหมากลายเป็นธุรกิจหอมหวานของนักการเมืองตั้งแต่ระดับบนยันระดับล่าง การตบทรัพย์จากหัวคิวรับเหมาก่อสร้างจึงทวีความรุนแรงขึ้น

ข้อมูลล่าสุดที่ถูกเปิดเผยโดยประธานหอการค้าไทย ถึงตัวเลขค่าหัวคิวที่เรียกเก็บจากโครงการก่อสร้างตามแผนงบไทยเข้มแข็งพุ่งลิ่วไปถึง 30% ทำให้สั่นสะเทือนไปทั้งวงการ ตอกย้ำความเป็นจริงที่เจ็บปวดว่า คอร์รัปชันไม่เคยตายในสังคมไทย รังแต่จะขยายรากหยั่งลึกไปทั่วทุกหัวระแหง

แต่ถ้าสืบสาวลงไปลึกๆ แล้ว ผู้รับเหมายืนยันว่า ค่าหัวคิวที่จำต้องจ่ายนั้นไม่ได้มีอัพราคากันถึงขนาด 2030% เหมือนที่ถูกกล่าวอ้าง โดยเฉพาะจากส่วนกลางที่ผ่านโครงการไทยเข้มแข็งนั้น ยังจ่ายในราคาเดิมหรือน้อยกว่าเดิม แต่ที่ต้องควักจ่ายกันหนัก กลายเป็นงานที่อยู่ในส่วนท้องถิ่นที่มีตัวเลขถึง 2030%

แหล่งข่าวระดับสูงในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างให้ข้อมูลว่า งานก่อสร้างที่อยู่ในความดูแลของท้องถิ่น ปัจจุบันต้องจ่ายหัวคิวกันไม่ต่ำกว่า 20% บางโครงการไปถึง 30% โดยเฉพาะงานโยธา งานถนน ขุดคลอง ที่พิสูจน์เนื้องานค่อนข้างยาก ผู้รับเหมาจะยอมจ่ายเพื่อไปโกงเอาที่เนื้องาน โดยการใช้ของที่สเปกต่ำกว่า หรือแอบรู้กันแก้ไขแบบภายหลัง เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำลงไปอีก

ว่ากันว่าการถูกโขกหัวคิวสูงลิ่วในระดับท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต.หรือ อบจ.นั้น เป็นเพราะมีนักการเมืองในสนามใหญ่ลงมาร่วมแชร์ด้วย ถึงขนาดที่ว่าผู้รับเหมาต้องเดินทางมาจ่ายเงินถึงสำนักงานของนักการเมืองใน กทม. เพื่อแลกกับสัญญาที่เตรียมไว้ให้กับผู้ที่ยอมจ่ายตามข้อเสนอของฝ่ายการเมืองที่กุมอำนาจรัฐอยู่ในขณะนี้

ส่วนงานจากงบไทยเข้มแข็งนั้น จะว่าไปแล้วฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐในเครือข่ายเข้ามาแตะอะไรได้ไม่มาก เหตุผลประการหนึ่ง คือ การถูกจ้องมองคอยตามตรวจสอบของฝ่ายตรงข้ามที่อยู่คนละสีเสื้อของแต่ละหน่วยงาน ทำให้คนที่คิดจะงาบหัวคิวเกิดอาการแหยงไม่กล้าทำอะไรมาก แต่ก็ยังมีพวกไม่กลัวน้ำร้อนให้เห็นกันอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่เป็นการขอกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยมากกว่า

แหล่งข่าวรายเดิมเล่าให้ฟังอีกว่า โครงการที่เป็นงบส่วนกลางผ่านกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ รวมถึงงบไทยเข้มแข็งที่กำลังลงมาในปัจจุบัน การยังต้องจ่ายหัวคิวมีอยู่ตามปกติ แต่ก็ถือว่าไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยภาพรวมๆ แล้วค่าหัวคิวอาจจะลดลงมาด้วยซ้ำ เพราะราคากลางที่ค่อนข้างจะตึงทำให้ขยับอะไรมากไม่ได้ ค่าหัวคิวจึงอยู่ระหว่าง 510% เป็นหลัก

ทั้งนี้ แบ่งเป็นงานที่ไม่มีเจ้าของ หรืองานที่ไม่มีการล็อกสเปก ซึ่งงานประเภทนี้ยังมีอยู่บ้างที่ไม่ต้องจ่ายหัวคิว หรือจ่ายตามน้ำกันเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้งานไป ส่วนงานที่มีการล็อกสเปก โดยเจ้าหน้าที่รัฐกินกันเอง ไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง หรือผู้รับเหมา อัตราการจ่ายอยู่ที่ 5% ก็ถือว่าเยอะแล้ว แต่งานที่ 3 ประสานอย่างเจ้าหน้าที่รัฐ ร่วมมือกับนักการเมือง ฮั้วกับผู้รับเหมา งานนี้ต้องจ่ายในอัตรา 810%

การจะบรรเทาปัญหาการจ่ายหัวคิวให้ได้ จะต้องตัดวงจรการเมืองออกไปให้ได้ก่อน โดยต้องไม่ให้นักการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการ และการตั้งราคากลางที่ถูกต้องโปร่งใส แม้จะแก้ไม่ได้ 100% แต่เชื่อว่าถ้าทำได้ประเทศไทยจะสูงขึ้นแน่นอน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน