
เชือดประกันร่อแร่
ห้ามเอพีเอฟขายกรมธรรม์ใหม่
คปภ.พบปัญหาเงินกองทุนขาดโพสต์ทูเดย์
— คปภ.ยึดกฎเหล็กเงินกองทุนขาด สั่ง เอ.พี.เอฟ.ฯ หยุดขายประกันชั่วคราว จนกว่าจะแก้ไขฐานะการเงินได้นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ทางเลขาธิการ คปภ.ในฐานะนายทะเบียนได้มีคำสั่งลงวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ให้บริษัท เอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ หยุดรับประกันวินาศภัยจากลูกค้าเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทได้ประสบภาวะว่าขาดเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามกฎหมาย มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สิน มีค่าสินไหมทดแทนค้างจ่ายเป็นจำนวนมาก และมีการดำเนินงานไม่เป็นไปตามบทบัญญัติตามที่กฎหมายกำหนด การดำเนินการจึงอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนได้
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งห้ามมิให้กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทสั่งจ่ายเงินของบริษัท หรือทำการเคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินของบริษัท เว้นแต่เป็นการจ่ายเงินเดือนหรือค่า จ้างแก่พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัทตามปกติ
มอบหมายให้นายทะเบียนกำหนดให้บริษัทสามารถจ่ายเงินโดยความเห็นของนายทะเบียนหรือผู้ได้รับมอบหมายจากนายทะเบียน เช่น ในเรื่องของการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกัน หรือผู้ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาประกันภัย การจ่ายเงินคืนค่าเบี้ยประกันภัยแก่ผู้เอาประกันภัย การจ่ายค่าบริหารจัดการภายในบริษัท
อย่างไรก็ตาม นายทะเบียนได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดูแลการเบิกจ่ายเงินแทน โดยมี น.ส.ราตรี เนตรพระฤทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนอาวุโสส่วนวางแผนและพัฒนา การคุ้มครองสิทธิ คปภ. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และให้บริษัทรายงานเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน เพื่อให้ทราบถึงบรรดาเจ้าหนี้และลูกหนี้ทั้งหมดของบริษัท ภายในวันที่ 10 ก.ย.นี้
ทั้งนี้ เมื่อปี 2551 ทางกลุ่มเอ.พี.เอฟ.กรุ๊ป (Asia Partnership Fund Group) ได้ใช้เงินประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท แอ๊ดวานซ์ อินชัวรันส์ จำนวน 100% จากผู้ถือหุ้นเดิมในกลุ่มตระกูลดำเนินชาญวนิชย์ และได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท เอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ โดยได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 320 ล้านบาทเมื่อปี 2550 เป็น 477 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2551 และเพิ่มอีก 527 ล้านบาท เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2551 จนล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค. 2552 ก็ได้เพิ่มเป็น 557 ล้านบาท
สำหรับปัจจุบันบริษัทประกันที่มีปัญหาเรื่องขาดเงินกองทุนและถูก คปภ.ลงโทษ ยังมีบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต ที่ถูกคำสั่งควบคุมกิจการ บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัยถูกคำสั่งให้หยุดรับประกันเป็นการชั่วคราว และบริษัท ฟีนิกซ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) ถูกคำสั่งห้ามมิให้ขยายธุรกิจจนกว่าจะสามารถดำรงเงินกองทุนครบถ้วนตามกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างเจรจาหาผู้ร่วมทุนรายใหม่







