posttoday
‘ออมเงินในภาวะดอกเบี้ย0%

‘ออมเงินในภาวะดอกเบี้ย0%

05 กรกฎาคม 2559

’ในภาวะที่ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำระดับ 0% นั้น การออมเงินในเงินฝากจึงไม่ได้รับผลตอบแทนเลยและภาวะดอกเบี้ยต่ำจะอยู่เช่นนี้ไปอีกนาน ดังนั้นจึงควรมีการลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าและมีความปลอดภัยกว่า ดังนั้นผมจึงอยากแนะนำว่าให้ผู้ฝากเงินกระจายเงินไปอยู่ที่ 1) กองทุนรวมประเภทตลาดเงิน (Money Market) หรือไปซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นของภาครัฐและตราสารหนี้ของภาคเอกชนที่มีเครดิตความน่าเชื่อถือดี 2) ฝากเงินในรูปแบบการซื้อกองทุนตราสารหนี้ที่มีอายุการลงทุนไม่เกิน 2 ปี โดยเน้นตราสารหนี้ภาครัฐบาลและตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีเครดิตดี 3.) ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่โดยเน้นหุ้นคุณค่าที่มีการจ่ายเงินปันผลดีระดับ 5% ขึ้นไป และ 4) กระจายเงินไปลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทโครงสร้างพื้นฐานได้ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีและมีความเสี่ยงต่ำ

’ในภาวะที่ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำระดับ 0% นั้น การออมเงินในเงินฝากจึงไม่ได้รับผลตอบแทนเลยและภาวะดอกเบี้ยต่ำจะอยู่เช่นนี้ไปอีกนาน ดังนั้นจึงควรมีการลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าและมีความปลอดภัยกว่า ดังนั้นผมจึงอยากแนะนำว่าให้ผู้ฝากเงินกระจายเงินไปอยู่ที่ 1) กองทุนรวมประเภทตลาดเงิน (Money Market) หรือไปซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นของภาครัฐและตราสารหนี้ของภาคเอกชนที่มีเครดิตความน่าเชื่อถือดี 2) ฝากเงินในรูปแบบการซื้อกองทุนตราสารหนี้ที่มีอายุการลงทุนไม่เกิน 2 ปี โดยเน้นตราสารหนี้ภาครัฐบาลและตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีเครดิตดี 3.) ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่โดยเน้นหุ้นคุณค่าที่มีการจ่ายเงินปันผลดีระดับ 5% ขึ้นไป และ 4) กระจายเงินไปลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทโครงสร้างพื้นฐานได้ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีและมีความเสี่ยงต่ำ

แต่รูปแบบการลงทุนจะขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน หากจะย้ายจากเงินฝากออกไปลงทุนที่อื่นทั้งหมดแนะนำว่าในภาวะเช่นนี้ให้อยู่ที่ Money Market ประมาณ 90% และอีก 10% กระจายไปรวมกันอยู่ที่ตราสารหนี้อายุไม่เกิน 2 ปี (2) หุ้นขนาดใหญ่ที่จ่ายปันผลดี (3) และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (4)

หากเป็นผู้เข้าใจเรื่องการลงทุนในตลาดทุนอยู่แล้วนั้นให้ลงทุน Money Market (1.) ประมาณ 40-50% และลงทุนในตราสารหนี้อายุไม่เกิน 2 ปี (2) หุ้นขนาดใหญ่ที่จ่ายปันผลดี (3) และกองทุนอสังหริมทรัพย์ (4) รวมกัน 50-60% ตามความชอบของนักลงทุนไป

ถ้าเป็นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำก็ลงทุนอยู่ที่ ใน Money Market 40-50% และลงทุนอยู่ในตราสารหนี้อายุไม่เกิน 2 ปี (2) หุ้นขนาดใหญ่ที่จ่ายปันผลดี (3) และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (4) รวมกันประมาณ 50-60%

ส่วนท่านที่รับความเสี่ยงได้ระดับปานกลางให้อยู่ในตราสารหนี้อายุไม่เกิน 2 ปี (2) ประมาณ 20-30% กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (4) ประมาณ 20-30% และที่เหลือก็ลงทุนในหุ้น (3)

สำหรับท่านผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงก็ลงทุนในตราสารหนี้ (2) เพียง 10% และอีก 90% เป็นอสังหาริมทรัพย์ (4) ผสมกับการลงทุนในหุ้น (3) ครับ...

การบริหารจัดการลงทุนที่ดีเป็นเรื่องสำคัญครับ โดยเฉพาะในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำและการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวนอย่างในปัจจุบันครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน