
สัมผัสสปอร์ตแรงบนถนนเมืองไทย กับ 'ปอร์เช่ 911 คาเรร่า ใหม่'
โดย...สไปรท์
โดย...สไปรท์
มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม “Porsche 911 Carrera Exclusive City Test Drive” โดยคำเชื้อเชิญของ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่ในประเทศไทย ที่ได้นำเอารถยนต์ในกลุ่มสปอร์ตยอดฮิตอย่างปอร์เช่ 911 คาเรร่า ใหม่ให้ได้ลองสัมผัสแบบใกล้ชิด
ถึงแม้ว่าระยะทางการทดสอบและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะสั้นๆ ก็ตาม โดยเริ่มต้นจากสำนักงานใหญ่ปอร์เช่ บนถนนวิภาวดีรังสิตใกล้เคียงกับท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ขับขึ้นทางด่วนโทลล์เวย์มาลงที่ดินแดง จากนั้นก็ขับกลับในเส้นทางเดียวกันมายังจุดเริ่มต้น
จริงอยู่ที่แม้ว่าระยะทางและระยะเวลาจะวิ่งไม่เกิน 50 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือการได้วิ่งบนถนนจริงในประเทศไทยของเจ้าปอร์เช่ 911 คาเรร่าใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นและสเปกเดียวกับที่วางจำหน่าย นั่นหมายความว่าทุกส่วนการออกแบบและทุกสมรรถนะของรถยนต์คันนี้ถูกออกแบบสำหรับประเทศไทย
รูปลักษณ์ภายนอกยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ภายในห้องโดยสารต้องกล่าวเลยว่าแทบจะต้องลืมภาพเดิมของรุ่นก่อนหน้านี้ไปได้เลย เพราะด้วยการใส่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีใหม่เข้ามา ทำให้มีความสะดวกสบายพร้อมกับความหรูหรา
เป็นต้นด้วยระบบหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่มาพร้อมการแสดงภาพขณะถอยหลัง ซึ่งหน้าจอดังกล่าวให้อารมณ์สัมผัสคล้ายกับสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมเลยทีเดียว รวมถึงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสารผ่านสัญญาณ Wi-Fi และจุดชาร์จแบตเตอรี่ และยังรองรับ Apple Car Play อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถแสดงข้อมูลจราจรได้แบบ Real-Time โดยเรียกระบบสื่อสารใหม่นี้ว่า Porsche Communication Management (PCM)
นอกจากนั้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นยังมีปุ่มปรับโหมดการขับขี่มาไว้ที่พวงมาลัยสามารถปรับได้อย่างสะดวกมือ รวมถึงเครื่องยนต์เทอร์โบคู่แบบ 6 สูบแนวนอน ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้า แรงบิดสูดสุด 450 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมคลัตช์คู่ (PDK) พร้อมระบบควบคุมช่วงล่างอิเล็กทรอนิกส์ Porsche Adaptive Suspension Management (PASM) ลดความสูงของตัวถังลง 10 มม. พร้อมอุปกรณ์พิเศษระบบช่วยเลี้ยวล้อหลังและลดอาการยกตัวขณะวิ่งด้วยการออกแบบทางอากาศพลศาสตร์ใหม่ ทำให้ขับขี่ง่ายยิ่งขึ้น
อารมณ์การขับขี่ที่สัมผัสได้ คือ ความสะดวกสบายที่มีมากขึ้นถึงแม้จะเป็นรถสปอร์ต เนื่องจากคงจะเข้าใจว่าปัจจุบันผู้บริโภคใช้ชีวิตอยู่ในรถบนท้องถนนนานขึ้นกว่าเดิม ส่วนอัตราเร่งและการตอบสนองของเครื่องยนต์ในทุกย่านความเร็วดูต่อเนื่องและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น จากการพัฒนาทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ให้ทำงานร่วมกันอย่างสัมพันธ์
ช่วงล่างและความแม่นยำในการควบคุมอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและการพัฒนาที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น ทำให้เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่เป็นอย่างดี ซึ่งการซับแรงกระแทกที่แม้ว่าจะลดความสูงของตัวถังลงเพื่อให้ได้สัมผัสถึงความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งความสะดวกสบายและความนุ่มนวลอย่างพอดีเมื่ออยู่บนถนน ทำให้เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ราคาค่าตัวของรถยนต์คันนี้เริ่มต้นอยู่ที่ 12.2 ล้านบาท เพราะได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจากการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ ทำให้ราคาถูกลงจากเดิมที่อยู่ที่ 14.9 ล้านบาท







