posttoday
การบริหารเงินลงทุนในการซื้อขายอนุพันธ์ (3)

การบริหารเงินลงทุนในการซื้อขายอนุพันธ์ (3)

01 กรกฎาคม 2559

บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)

บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)

บทความใน 2 ตอนที่ผ่านมาได้แนะนำให้รู้จักกับความสำคัญ ที่มา และวัตถุประสงค์ของการบริหารเงินลงทุน (Money Management) สำหรับบทความตอนที่ 3 ผู้ลงทุนที่สนใจวิธีการบริหารเงินลงทุนจะได้ทราบถึงขั้นตอนในการบริหารเงินลงทุนก่อนตัดสินใจลงมือซื้อขายอนุพันธ์ในแต่ละครั้ง โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การตัดสินใจว่าจะลงมือซื้อขายหรือไม่ (2) กำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่จะเสี่ยงขาดทุนในการซื้อขายแต่ละครั้ง (3) การจัดสรรเงินทุนที่ต้องใช้ในการซื้อขายในแต่ละครั้ง และ (4) คำนวณจำนวนสัญญาที่จะซื้อขายในแต่ละครั้ง เราลองมาดูรายละเอียดของแต่ละขั้นตอนกันครับว่ามีอะไรบ้าง

ตัดสินใจว่าจะลงมือซื้อขายหรือไม่

ถึงแม้การวิเคราะห์ข้อมูลจะได้ข้อสรุปว่าปัจจุบันเป็นจังหวะที่น่าสนใจซื้อขายอนุพันธ์ก็ตาม แต่บางครั้งเราอาจจะตัดสินใจไม่ลงมือซื้อขายอนุพันธ์ในครั้งนั้นๆ ก็ได้ เนื่องจากผลตอบแทนที่จะได้รับไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง การตัดสินใจว่าจะลงมือซื้อขายหรือไม่จะพิจารณาความคุ้มค่าโดยเปรียบเทียบระหว่างกำไรที่คาดว่าจะได้รับกับความเสี่ยงของผลขาดทุนที่จะเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราได้สัญญาณซื้อขายที่น่าสนใจของอนุพันธ์ตัวหนึ่ง แต่ปรากฏว่าลองเปรียบเทียบผลกำไรขาดทุนแล้วพบว่า ถ้าการซื้อขายครั้งนี้ผลออกมาเป็นกำไรจะได้กำไร 2 หมื่นบาท แต่ถ้าผลออกมาเป็นขาดทุนจะขาดทุน 5 หมื่นบาท เราก็จะไม่ลงมือซื้อขายเพราะผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง

กำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่จะเสี่ยงขาดทุนในการซื้อขายแต่ละครั้ง

การลงมือซื้อขายอนุพันธ์แต่ละครั้งควรมีการกำหนดว่าจะเสี่ยงขาดทุนสูงสุดเป็นจำนวนเงินเท่าไร ส่วนมากจะกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับจำนวนเงินลงทุนทั้งหมด เช่น ถ้ามีเงินลงทุน 5 แสนบาท และกำหนดให้เสี่ยงที่จะขาดทุนครั้งละไม่เกิน 2% ในการซื้อขายแต่ละครั้งจะต้องขาดทุนไม่เกิน 1 หมื่นบาท เป็นต้น ส่วนแนวทางที่ใช้ในการหาเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่เหมาะสมมีอยู่หลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่ต้องการ เช่น วิธีวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อให้ซื้อขายแล้วไม่หมดตัว (Risk of Ruin) วิธีหาสัดส่วนที่ทำให้เกิดผลกำไรสูงสุดจากการซื้อขายต่อเนื่องในระยะยาว (Optimal Fraction) เป็นต้น

การจัดสรรเงินทุนที่ต้องใช้ในการซื้อขายในแต่ละครั้ง

เนื่องจากเงินลงทุนมีจำกัด ดังนั้นจึงต้องมีการจัดสรรเงินลงทุนสูงสุดในการซื้อขายแต่ละครั้งด้วยเพื่อให้สามารถกระจายการอนุพันธ์หลายๆ ตัวได้ สมมติว่าเรามีเงินลงทุน 5 แสนบาท และต้องการกระจายความเสี่ยงในการซื้อขายอนุพันธ์ทั้งหมด 10 ตัว หมายความว่าในการซื้อขายแต่ละครั้งจะต้องใช้เงินลงทุนไม่เกิน 5 หมื่นบาท ข้อสังเกตที่ควรทราบ คือ เงินที่ใช้ลงทุนกับเงินที่เสี่ยงขาดทุนไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน จากตัวอย่างข้างต้น ถึงแม้ว่าเราจะใช้เงินในการลงทุน 5 หมื่นบาท แต่การซื้อขายครั้งนั้นอาจจะไม่ได้เสี่ยงขาดทุนทั้งหมดก็ได้

ประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดสรรเงินลงทุนอีกอย่างหนึ่ง คือ ควรจำกัดเงินลงทุนที่ใช้ซื้อขายอนุพันธ์ที่สินค้าอ้างอิงมีทิศทางของราคาไปในทางเดียวกัน เพราะถือว่าไม่เป็นการกระจายความเสี่ยง ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในทองคำ โลหะเงิน แพลทินัม พร้อมๆ กันไม่ถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากเป็นโลหะมีค่าเหมือนกันราคามักจะเคลื่อนที่ขึ้นลงเหมือนกัน

คำนวณจำนวนสัญญาที่จะซื้อขายในแต่ละครั้ง

หลังจากผ่านขั้นตอนที่ 2 และ 3 ผู้ลงทุนจะได้เงื่อนไขของการบริหารเงินลงทุน 2 เงื่อนไข คือ 1) จำนวนเงินที่จะเสี่ยงขาดทุนสูงสุดในแต่ละครั้ง และ 2) จำนวนเงินที่ต้องใช้ในการลงทุนแต่ละครั้ง การคำนวณจำนวนสัญญาสูงสุดที่จะซื้อขายในแต่ละครั้งจากเงื่อนไขที่หนึ่งคำนวณจากจำนวนเงินที่จะเสี่ยงขาดทุนสูงสุดในแต่ละครั้งหารด้วยจำนวนที่คาดว่าจะขาดทุนต่อ 1 สัญญา ส่วนจำนวนสัญญาสูงสุดที่จะซื้อขายในแต่ละครั้งจากเงื่อนไขที่ 2 คำนวณจากจำนวนเงินที่ต้องใช้ในการลงทุนแต่ละครั้งหารด้วยเงินที่ต้องใช้ในการซื้อขาย 1 สัญญา แล้วนำค่าที่คำนวณได้จากทั้ง 2 เงื่อนไขมาเปรียบเทียบกัน และตัดสินใจซื้อขายตามจำนวนที่น้อยกว่า

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถหาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขายอนุพันธ์ได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือเว็บไซต์ www.tfex.co.th

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน