
จีอีโดดรุกกลุ่มดิจิทัล ป้อนธุรกิจผลิตขนาดใหญ่
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อย่างเช่น พลังงาน ไฟฟ้าหรือถ่านหิน ที่มีกระบวนการผลิตเป็นขั้นตอนขนาดใหญ่นั้น ไม่สามารถผิดพลาดระหว่างการผลิตได้ เพราะความเสียหายเพียงแค่ 1% จะคิดเป็นมูลค่ามหาศาล ทำให้จีอีเพิ่มหน่วยงานจีอีดิจิทัลซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ช่วยคาดเดาปัญหาล่วงหน้าและตั้งเป้าทั่วโลกปีนี้ไว้ที่ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
โกวิทย์ คันธาภัสระ ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท จีอี ประเทศไทย ลาว และเมียนมา กล่าวว่า มีบริษัทซอฟต์แวร์จำนวนมากที่อยากเข้ามาจับตลาดโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพื่อต่อยอดสิ่งที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ แต่จีอีมีเครื่องจักรจึงได้วิจัยและพัฒนาเองเพื่อนำเสนอต่อลูกค้า
“การใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูล (ดาต้าอะนาไลติค) ผ่านระบบเซ็นเซอร์ภายในเครื่องจักรขนาดใหญ่ จะช่วยคาดการณ์ปัญหาความผิดพลาดให้ลูกค้าก่อนเกิดปัญหาได้ โดยระบบที่พัฒนาขึ้นมาในชื่อ พรีดิค (Predix) จะทำงานได้กับทุกอุตสาหกรรม เช่น ออยล์แอนด์แก๊ส สายการบิน เฮลท์แคร์ โรงงานไฟฟ้า พลังงาน ซึ่งบริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ของปีนี้ไว้ที่ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และตั้งเป้าติดท็อปเทนในปี 2563”
ทั้งนี้ ระบบพรีดิคจะเข้าไปวิเคราะห์ข้อมูลภายในเครื่องจักรที่กำลังทำงานอยู่โดยไม่ต้องดับเครื่อง จึงไม่เสียเวลาในการผลิตและมีระบบรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ทำให้อัพเดทข้อมูลได้แบบทันท่วงที
“แพลตฟอร์มลักษณะนี้ จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าเลือกใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็น ประหยัดต้นทุน ลดการซ่อมบำรุง ความเสถียรของเครื่องจักร ซึ่งกลุ่มที่บริษัทจะนำซอฟต์แวร์เข้าไปเสนอเพิ่มเติมคือกลุ่มที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ รองลงมาคือปิโตรเคมี เพราะทั้งสองกลุ่มนี้หากมีการชะงักด้านการผลิตเพียง 1% จะเสียหายกว่าพันล้านบาท โดยมีการพูดคุยบ้างแล้วในกลุ่มการบิน โรงไฟฟ้าและพลังงาน”
อย่างไรก็ตาม เรื่องของอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับตลาดประเทศไทย แต่ระดับผู้บริหารมองเห็นความสำคัญและต้องการซอฟต์แวร์ลักษณะนี้เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานอยู่แล้ว แค่รอผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่ไว้ใจได้เท่านั้น
“จีอีวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์มานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งทำออกมาเพื่อนำเสนอให้ลูกค้าในช่วง 5-6 ปีหลังนี้ และมีการนำไปใช้งานแล้วหลายบริษัทแต่เป็นลักษณะของการนำเสนอร่วมกับฮาร์ดแวร์”
นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นกำลังซื้อในอาเซียนว่ามีทิศทางที่ดีอยู่ ขณะที่ฝั่งอเมริกาหรือยุโรปเริ่มหดตัว จึงเน้นการเข้าไปทำตลาดอาเซียนเพราะกำลังโตและมีแนวโน้มที่ดีทั้งด้วยภูมิประเทศและแรงงาน ซึ่งภาพรวมธุรกิจบริษัทยังคงตั้งเป้าการเติบโตสองหลักจากกลุ่มลมและพลังงานซึ่งเป็นรายได้หลัก รวมทั้งธุรกิจใหม่ที่จะขยายตลาดมากขึ้นด้วย







