
การท่องเที่ยวในCLMV
โดย...ชาลอต โทณวณิก
โดย...ชาลอต โทณวณิก
สัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสนำคณะของท่าน ว.วชิรเมธี เดินทางไปที่เสียมราฐ กัมพูชา ซึ่งท่าน ว.เองท่านก็บอกว่าอยากจะกลับไปใหม่ โดยเจาะลึกแต่ละแห่งเพราะอาณาจักรขอมโบราณมีประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่อลังการเต็มไปด้วยอารยธรรม และกัมพูชาเองก็มีประวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ยาวนาน
การที่ประเทศ CLMV (T รวมประเทศไทย) วาง Position เป็นประเทศที่เน้นการท่องเที่ยวเป็นหลัก ดิฉันก็เลยมาคิดถึงจุดเด่นจุดด้อยว่าหากจะมีการแข่งขันกันในเรื่องการท่องเที่ยว เรื่องแรก คือ ความรู้จักคุ้นเคย ความมีสตอรี่อันนี้ CLMV ได้เปรียบกว่าเรา เนื่องจากประเทศเหล่านี้เคยอยู่ภายใต้การปกครองของทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งหากเชื่อมต่อไปยังสหรัฐย่อมแน่นอนว่าอเมริกันก็ต้องรู้จักประเทศพวกนั้นได้ดีกว่า โดยเฉพาะเวียดนามที่เคยมีการรับรู้กันมา
ดังนั้น หากจะนึกถึงการไปท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ CLMV ย่อมเป็น Destination โดยเฉพาะประเทศเหล่านั้นปิดประเทศมานานและเพิ่งเปิดประเทศ
ดิฉันไปตามที่ต่างๆ ในเสียมราฐจะเห็นนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกจำนวนมาก แต่ที่นำในเชิงของปริมาณตอนนี้แน่นอน “ทัวร์จีน” ที่น่าจะเป็นการทำตลาดที่แตกต่างกันไป ความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งดิฉันเองก็ได้รู้สึกถึงความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของประเทศเหล่านี้ (ขอเน้นว่าที่ท่องเที่ยวหลักๆ) ตามที่ได้ไปมา ในขณะที่ไทยเรามีอาชญากรรมเพิ่มขึ้น รวมถึงข่าวนักท่องเที่ยวโดนทำร้ายมีมากขึ้นในหน้าสื่อ เหล่านี้ล้วนเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวที่นำออกสู่สายตาชาวโลก
นอกจากนั้น สิ่งที่ประเทศเหล่านี้ระมัดระวังมากคือการนำเสนอ “ภาพลักษณ์” ใน สปป.ลาว กัมพูชา จะควบคุมมากเรื่องของการถ่ายทำ นำเสนอเกี่ยวกับประเทศเขา ทั้งนี้คนที่จะไปถ่ายทำรายการ ที่จะใช้ขาตั้งกล้อง มีการพูดเปิดหน้า ต้องไปขออนุญาตกับหน่วยงานที่ควบคุมการดูแลของ สปป.ลาวเอง ซึ่งจะต้องมีคนจากหน่วยงานวัฒนธรรมตามควบคุมการถ่ายของกัมพูชา จะตรวจบัตรอนุญาตถ่ายทำเข้มข้นมากทุกครั้งที่ตั้งขากล้อง
อีกเรื่องคือ “การอนุรักษ์” ได้ไปสัมผัสถึงความเข้าใจในการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวให้ยั่งยืน ไม่ใช่โปรโมทการท่องเที่ยวแล้วคนเข้าไปแบบทะลักทลาย สุดท้ายเหลือเป็นซากอย่างที่เราเห็นกันหลายแห่งในไทย ที่หาที่ใหม่กันไปเรื่อยๆ แต่ที่เก่าเสื่อมโทรมลง
ตัวอย่างง่ายๆ คือการที่เสียมราฐไม่อนุญาตให้รถบัสขนาดใหญ่เข้ารอบๆ โบราณสถานและมรดกโลกเนื่องจากส่วนใหญ่สร้างจากอิฐ อาจทรุดตัวลงได้ ดิฉันเคยเห็นในยุโรปหลายประเทศ แต่หากเราเปรียบกับที่พระนครศรีอยุธยาหรือสุโขทัย เราไม่มีการควบคุมแบบนี้
ที่เรียนมานี่ไม่ใช่ว่าเราไม่มีดี จริงๆ เรามีสิ่งดีมากมายที่จะแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ แต่การดูแล มุมมอง และวิสัยทัศน์นั้นต้องสอดคล้องกับสิ่งที่มี
และขอบอกว่าเดิมนั้นการเดินทางไปกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา ของนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกอาจต้องมาผ่านฮับที่เมืองไทย แต่ตอนนี้ทุกประเทศขยายสนามบินและบางประเทศขยายฐานการบิน อย่างเวียดนามก็มีเวียตเจ็ทที่มาแรง ดังนั้นต่อไปเราต้องมองหาทางที่จะสร้างการท่องเที่ยวที่เชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน ได้ยินว่าทางกัมพูชากับไทยมีโครงการนี้
ถ้าเรายังคิดว่าเรามีดีกว่าประเทศอื่นมากและไม่ปรับปรุงอะไร วันหนึ่งเราจะเป็น “เมืองผ่าน” คือการบินข้ามผ่านไปเลย
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่







