
พรบ.การติดตามทวงถามหนี้ที่เป็นธรรมกำลังจะมีผลบังคับใช้ ตอน 2
....เดชา กิตติวิทยานันท์
สืบเนื่องจากฉบับที่แล้ว ผมได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติการติดตามทวงหนี้ที่เป็นธรรม พ.ศ.... ไปแล้วบางส่วน ฉบับนี้จะต่อจากฉบับที่แล้ว ซึ่งมีสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการติดตามทวงถามหนี้ที่เป็นธรรม พ.ศ.... มีดังต่อไปนี้
การติดต่อเพื่อการติดตามทวงถามหนี้
มาตรา 10 ห้ามมิให้ติดต่อกับผู้บริโภคด้วยวิธี และเงื่อนไขดังนี้
1.ติดต่อในเวลาและสถานที่ทำให้เกิดความไม่สะดวกแก่ผู้บริโภค ในกรณีที่ไม่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าให้ถือเอาเวลา 08.0021.00 น. ณ สถานที่ติดต่อผู้บริโภคเป็นเวลา และสถานที่เหมาะสมในการติดต่อผู้บริโภค
2.ภายหลังจากผู้ติดตามหนี้ได้รับแจ้งจากผู้บริโภคเป็นหนังสือว่าได้มีการแต่งตั้งตัวแทนพร้อมชื่อและที่อยู่ของตัวแทนที่ได้แต่งตั้งในเรื่องเกี่ยวกับหนี้นั้นๆ แล้วเว้นเสียแต่ตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งไม่ทำหน้าที่และติดต่อกับผู้ติดตามหนี้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้ติดตามหนี้ได้รับหนังสือแต่งตั้งตัวแทน หรือตัวแทนได้ให้ความยินยอมให้ผู้ติดตามหนี้ติดต่อกับผู้บริโภคได้โดยตรง
3.ติดต่อไปยังที่ทำงานของผู้บริโภค ถ้าผู้ติดตามหนี้ทราบหรือมีเหตุผลที่เชื่อว่านายจ้างของผู้บริโภคห้ามไม่ให้มีการติดตามหนี้ในสถานที่ทำงาน
4.วิธีการและเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการประกาศ เว้นแต่ผู้บริโภคได้ให้ความยินยอมหรือเป็นการดำเนินการตามที่กระบวนการทางคดีหรือโดยคำสั่งของศาล
มาตรา 11 ภายใต้มาตรา 8 ผู้ติดตามหนี้อาจติดต่อกับบุคคลอื่นดังต่อไปนี้ได้
1.บุคคลที่ผู้บริโภคได้ให้ความยินยอม
2.เป็นการติดต่อบุคคลอื่นตามกระบวนการทางกฎหมาย หรือคำสั่ง
3.บริษัทข้อมูลเครดิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต
4.ตัวแทนของสถาบันการเงินเจ้าหนี้หรือสถาบันการเงินเจ้าหนี้
5.ตัวแทนของผู้ติดตามหนี้
6.บุคคลอื่นที่คณะกรรมการประกาศ
มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ติดตามหนี้ติดต่อผู้บริโภคอีก ภายหลังจากที่ผู้บริโภคได้แจ้งปฏิเสธการชำระหนี้ให้ผู้ติดตามหนี้ทราบและแจ้งความประสงค์ที่ไม่ให้ผู้ติดตามหนี้ติดต่อตนอีก เป็นหนังสือ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้
1.แจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่าผู้ติดตามหนี้ได้ยุติการติดตามทวงถามหนี้
2.แจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่าผู้ติดตามหนี้ หรือเจ้าหนี้จะดำเนินการกับหนี้ดังกล่าวตามกระบวนการทางศาล
3.การอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
มาตรา 13 ผู้บริโภคในหมวดนี้ให้หมายรวมถึง คู่สมรส ผู้ค้ำประกัน ผู้ปกครองในกรณีผู้เยาว์ ผู้พิทักษ์ หรือผู้อนุบาล
การกระทำที่เป็นการล่วงละเมิดและเป็นการคุกคาม
มาตรา 14 ผู้ติดตามหนี้ต้องไม่ปฏิบัติหรือมีส่วนร่วมในการปฏิบัติที่เป็นการล่วงละเมิดข่มขู่ การใช้วาจาที่ทำให้เกิดความเสียหาย การกระทำดังต่อไปนี้ให้ถือเป็นการล่วงละเมิด และการคุกคาม
1.การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง การกระทำความผิดทางอาญาโดยให้เกิดความเสียหาย แก่ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของผู้บริโภคหรือผู้อื่น
2.การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นดูหมิ่น ถากถาง เสียดสี ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภค
3.การแจ้ง การเปิดเผยชื่อผู้บริโภคให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการติดตามหนี้ เว้นแต่เป็นการแจ้งให้แก่บุคคลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
4.การติดต่อผู้บริโภคเพื่อติดตามทวงถามหนี้ เกินวันละหนึ่งครั้ง เว้นแต่เป็นการติดต่อเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือได้รับความยินยอมจากผู้บริโภค
5.การกระทำอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศ
การแจ้งข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือการแจ้งเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิด
มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ติดตามหนี้ใช้วาจา ข้อมูลหรือข้อความที่เป็นเท็จ หรืออาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดที่เกี่ยวข้องกับการติดตามทวงถามหนี้
การกระทำต่อไปนี้ให้ถือเป็นความผิดตามมาตรานี้
1.การแสดงหรือการใช้เครื่องหมายหรือเครื่องแบบ สัญลักษณ์ หรือข้อความใดๆ ที่มีนัยหรืออาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นการกระทำของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยไม่เป็นความจริง
2.การเจตนาแสดงข้อมูลจำนวนหนี้ที่ไม่ถูกต้อง
3.การแสดงหรือมีข้อความที่ทำให้เชื่อว่าการติดต่อทวงหนี้มาจากทนายความ ทั้งที่ไม่ใช่
4.การแสดงหรือมีข้อความที่ทำให้เชื่อว่าหาไม่ชำระหนี้จะถูกดำเนินคดี ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ หรือเงินเดือน เว้นเสียแต่เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายและสถาบันการเงิน หรือผู้ติดตามหนี้มีความประสงค์ที่จะดำเนินการดังกล่าวจริง
5.การข่มขู่ว่าจะดำเนินการ ทั้งที่ไม่มีอำนาจจะกระทำได้ตามกฎหมายหรือไม่มี วัตถุประสงค์ที่จะดำเนินการดังกล่าว
6.การแสดงหรือมีข้อความที่ทำให้เชื่อว่าหากไม่ชำระหนี้จะเป็นความผิดทางอาญา
7.การแสดงหรือมีข้อความที่ทำให้เชื่อว่าเป็นคำสั่งจากศาลหรือหน่วยงานของรัฐในการสั่งให้ชำระหนี้
8.การติดต่อ หรือข่มขู่ว่าจะรายงานประวัติการชำระที่เป็นผลเสียให้แก่บริษัทข้อมูลเครดิต หรือไม่ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขโต้แย้งให้ถูกต้อง
9.การติดต่อหรือการแสดงตนที่ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผิด เพื่อให้ได้ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวกับผู้บริโภคเพื่อวัตถุประสงค์ในการติดตามหนี้
10.การใช้ชื่อของบุคคลอื่นแทนชื่อของผู้ติดตามหนี้ในการดำเนินการติดตามทวงถามหนี้
11.การติดต่อหรือการแสดงตนให้ผู้บริโภคเชื่อว่าผู้ติดตามหนี้ ดำเนินการติดตามทวงถามหนี้ข้อมูลเครดิตหรือรับจ้างจากบริษัทข้อมูลเครดิต







