
เร่งรัฐลุยชาติการค้า
ทีดีอาร์ไอแนะรัฐเร่งแก้กฎระเบียบให้เอื้อเป็นชาติการค้า พร้อมหนุนตั้งบริษัทเทรดดิ้งช่วยเอสเอ็มอี
ทีดีอาร์ไอแนะรัฐเร่งแก้กฎระเบียบให้เอื้อเป็นชาติการค้า พร้อมหนุนตั้งบริษัทเทรดดิ้งช่วยเอสเอ็มอี
น.ส.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวภายหลังนำเสนอร่างยุทธศาสตร์การเป็นชาติการค้า (เทรดดิ้ง เนชั่น) ว่า การจะไปสู่การเป็นชาติการค้าของไทยได้นั้น ในระยะสั้นที่อยากเห็นคือ การทบทวนกฎระเบียบให้เอื้อต่อการเป็นชาติการค้า
“ที่ผ่านมาได้จ้างที่ปรึกษาระดับโลกมาช่วยวางระบบ ทบทวนกฎระเบียบที่เอื้อและเป็นอุปสรรคต่อการค้าว่ามีอะไรบ้างที่ต้องเดินต่อและอะไรบ้างที่ควรยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงใหม่ ถ้ารัฐกดปุ่มให้เดินหน้าต่อก็จะไปได้เร็ว เพราะทำกรณีศึกษาเสร็จแล้ว ซึ่งจะทำให้ภายใน 3-4 เดือนจากนั้น สามารถเสนอชุดกฎหมายที่จะต้องปรับแก้เข้าสู่กระบวนการรัฐสภาให้พิจารณา ซึ่งจะสามารถปลดล็อกได้เป็นชุดไม่ใช่รายตัว ซึ่งจะทำให้เดินหน้าได้เร็วขึ้น” น.ส.เดือนเด่น กล่าว
นอกจากนี้ ปัญหาการส่งออกไทย คือ ไทยกำลังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มสินค้าที่ขยายตัวสูง ขณะที่กลับไปขยายตัวในอุตสาหกรรมสินค้าที่กำลังจะตาย สะท้อนให้เห็นว่า ไทยไม่ได้เดินตามเทรนด์การค้าของโลก ดังนั้นภาครัฐจะต้องปรับทัศนคติใหม่ ต้องเน้นสร้างตลาดใหม่ ไม่ใช่วิ่งไปต่างประเทศเพื่อขายสินค้าที่มีอย่างเดียว แต่ต้องกลับกันด้วยการไปหาข้อมูลเชิงลึกว่า ตลาดนั่นต้องการสินค้าอะไรแล้วกลับมาส่งเสริมการผลิตในประเทศให้ตรงกับความต้องการของตลาดแทน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาอีกประการหนึ่ง คือ สินค้าที่ส่งออกผ่านบริษัทเทรดดิ้งมีน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่า ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ยังส่งออกน้อยมาก จึงอยากให้มีบริษัทส่งออกขึ้นมาช่วยเอสเอ็มอีในการส่งออกมากขึ้น เหมือนกับที่เครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) ทำ ที่ผันตัวจากผู้ผลิต ผู้ส่งออก มาทำธุรกิจเทรดดิ้ง ด้วย โดยอาจจะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เพื่อจูงใจ
สำหรับร่างยุทธศาสตร์ชาติการค้าที่ทีดีอาร์ไอนำเสนอมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยเป็นชาติการค้าที่มีฐานการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก มีระบบและช่องทางการกระจายสินค้าหรือบริการสู่ตลาดต่างๆ ทั่วโลก ที่มีประสิทธิภาพและมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่รองรับธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ผ่าน 4 พันธกิจหลัก ได้แก่ 1.ยกระดับมาตรฐานสินค้า โดยการปรับปรุงกระบวนการรับรองมาตรฐานของรัฐ 2.ส่งเสริมสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของตลาด 3.การพัฒนาตลาดและช่องทางจำหน่าย และ 4.การปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ จะหารือเพื่อรับฟังความเห็นร่างยุทธศาสตร์ชาติการค้าอีกรอบในช่วงเดือน ก.ย.นี้ และคาดว่าน่าจะเสนอแผนยุทธศาสตร์ชาติการค้าฉบับสมบูรณ์ได้ภายในปีนี้







