
"สมคิด"ชวนจีนลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
สมคิดเผยเยือนจีนหวังชวนลงทุนในไทยมากขึ้น ขณะที่ภาคการเงิน-อสังหาฯสนลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
สมคิดเผยเยือนจีนหวังชวนลงทุนในไทยมากขึ้น ขณะที่ภาคการเงิน-อสังหาฯสนลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้พบหารือกับนายจาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรี คนที่1 ดูแลด้านเศรษฐกิจ ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อชักจูงการลงทุน
นายเกาลี่ กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวล่าช้าขณะที่สถานการณ์ในแต่ละภูมิภาคยังไม่แน่นอน โดยสหราชอาณาจักรเพิ่งผ่านการลงประชามติออกจากยูโรโซนทำให้สถาการณ์เศรษฐกิจโลกมีสภาพสลับซับซ้อน ซึ่งการที่รองนายกรัฐมนตรีของไทยมาเยือนเป็นโอกาสที่ทั้ง 2 ประเทศได้หารือแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจการค้า ในฐานะที่ทั้งคู่เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ
"ประเทศจีนให้ความสำคัญประเทศเป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกัน"นายเกาลี่ กล่าว
ทั้งนี้ นายเกาลี่ เป็น 1 ใน 7 ของกรรมการประจำกรมการเมืองกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โพลิตบูโร)
ด้าน นายสมคิด เปิดเผยว่า การเยือนกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 26-มิ.ย. 2569 ตั้งใจที่จะเดินทางมาชักจูงนักลงทุนจีนให้เข้าไปลงทุนไทยมากขึ้น เนื่องจากจีนมีศักยภาพด้านการค้าการลงทุน ซึ่งจากการหารือกับนักลงทุนภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนในวันนี้ พบว่า ผู้ประกอบการจีนแสดงความสนใจที่จะลงทุนในไทย โดยในส่วนของบริษัทหัวเหว่ย สนใจจะตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา เพื่อใช้ไทยเป็นฐานในการขยายตลาด CLMV และตลาดอาเซียน
ขณะที่ บริษัท ไชน่า ฟอร์จูน แลนด์ แอนด์ เดเวลอปเมนท์ และธนาคารไอซีบีซี แสดงความสนใจลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งจะมีการเสนอโครงการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ ในวันที่ 28มิ.ย. คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนที่ร่วมชักจูงการลงทุนนอกจากนี้จะเดินทางศึกษาดูงานเขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้ เพื่อดูตัวอย่างและนำสิ่งที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กลับมาปรับใช้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของไทย
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นักลงทุนจีนสนใจมาลงทุนในไทยเนื่องจากไทยเป็นประตูสู่อาเซียน ซึ่งรูปแบบการลงทุนจะเป็นการจับคู่ธุรกิจระหว่างเอกชนของทั้งสองประเทศ
สำหรับสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากประเทศจีนในไทย ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ จีนขอรับการส่งเสริมการลงทุนเป็นอันดับที่ 3 มีจำนสน 26 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 7,575 ล้านบาท โดยมีโครงการขนาดใหญ่เช่น บริษัท ซันชาย ไบโอเทคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตสารให้ความหวาน น้ำมันขาวโพด และส่วนผสมอาหารสัตว์ มูลค่าเงินลงทุน 1,734 ล้านบาท







