posttoday
กระชับพื้นที่การค้า จากอาเซียนสู่เอเชียใต้

กระชับพื้นที่การค้า จากอาเซียนสู่เอเชียใต้

24 มิถุนายน 2559

การเปิดเสรีการค้าในประชาคมอาเซียน ถือว่าได้รับเสียงตอบรับดีจากนักลงทุนทั่วโลก

โดย...ทศพล หงษ์ทอง 

การเปิดเสรีการค้าในประชาคมอาเซียน ถือว่าได้รับเสียงตอบรับดีจากนักลงทุนทั่วโลก กระทั่งนักวิเคราะห์เศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศยกให้ “จีน-อินเดีย-อาเซียน” เป็น เดอะ นิว ยูไนเต็ด สเตท (The New United State) ของโลก จากศักยภาพการผลิตและขนาดของเศรษฐกิจที่จะโตขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งของโลก ส่งผลให้การค้าระหว่างประเทศไทยกับอาเซียนคึกคักขึ้นอย่างมากในช่วงต้นปี

มาตยวงศ์ อมาตยกุล นักวิชาการพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การเปิดอาเซียนได้เพิ่มมูลค่าการค้าให้กับประเทศอย่างมากใน 4 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่าการค้ารวม 2.97 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกสู่อาเซียน 1.81 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐและการนำเข้า 1.16 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยมูลค่าการค้าดังกล่าวส่งสัญญาณที่ดีในการเพิ่มสัญญาการค้าเอฟทีเอระหว่างประเทศเพื่อสร้างโอกาสในการเปิดตลาดใหม่อย่างเอเชียใต้ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจรวมกันเป็นอันดับ 9 ของโลก ทั้งยังโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ 7% ต่อปี นอกจากนี้ยังมีสิทธิทางการค้าที่ส่งเสริมที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการอีกด้วย

ทั้งนี้ตลาดอาเซียนสินค้าจากประเทศไทยยังได้รับความไว้วางใจจากทุกประเทศด้วยมาตรฐานการผลิตที่เป็นสากล ทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อสินค้าของไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ โดยเฉพาะในตลาดบรูไน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวเฉลี่ย 1.89 ล้านบาท/คน/ปี รวมถึงกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ก็มีศักยภาพเพียงพอที่ผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปขยายตลาดเพื่อลดความเสี่ยง ด้วยอัตราการขยายตัวของรายได้ต่อหัวมากที่สุดในอาเซียนเฉลี่ย 8.5% ต่อปี ในขณะที่อีก 6 ประเทศมีอัตราขยายตัวเฉลี่ยเพียง 3-4%

มิ่งพันธ์ ฉายาวิจิตรศิลป์ ประธานสภาธุรกิจไทย-บังกลาเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับแนวทางเตรียมความพร้อมที่ภูมิภาคเอเชียจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเวทีเศรษฐกิจโลกนั้นจะอาศัยการค้าของอาเซียนและจีนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับตลาดในกลุ่มเอเชียใต้ที่มีประชากรมากกว่า 1,500 ล้านคนอีกด้วย โดยมูลค่าการค้าระหว่างไทยและเอเชียใต้เฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 แสนล้านบาท/ปี โดยในปีที่แล้วมียอดการส่งออกไปยังเอเชียใต้ประมาณ 2.69 แสนล้านบาท มียอดนำเข้าอยู่ที่ 1.01 แสนล้านบาท โดยการส่งออกหลักอยู่ที่อินเดีย บังกลาเทศ และศรีลังกา

ทั้งนี้ ไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียใต้จากยุทธศาสตร์ที่ตั้ง ทั้งยังเป็นแกนกลางสนับสนุนด้วยฐานการผลิตของซีแอลเอ็มวีที่มีศักยภาพทั้งด้านราคาวัตถุดิบและต้นทุนแรงงาน สามารถเชื่อมต่อตลาดการผลิตกับตลาดดีมานด์จากประเทศจีนได้ นอกจากนี้ยังมีสนธิสัญญาการค้าเสรีอย่างเอฟทีเอคอยสนับสนุนด้านสิทธิภาษี สำหรับการส่งสินค้าข้ามชายแดนในบังกลาเทศและอินเดียเพื่อไปสู่ประเทศที่สามอีกด้วย รวมถึงโอกาสในอินเดียที่น่าสนใจคือเจ็ดรัฐที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียที่ติดกับเมียนมาทางด้านเมืองมัณฑะเลย์ เป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยในการเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าไปยังเส้นทางการค้าแห่งใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อประเทศไทยกับมหาอำนาจเศรษฐกิจอย่างอินเดีย ผ่านช่องทางด่านเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ.ตาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่จะทำการค้าการลงทุนกับกลุ่มประเทศเอเชียใต้ต้องอาศัยความระมัดระวังในการเจรจาธุรกิจ โดยเฉพาะการทำข้อตกลงสัญญาซื้อขายที่ต้องอาศัยการตรวจสอบข้อมูลทั้งสถาบันการเงิน สำนักงานบริษัท ตลอดจนสินค้าในสต๊อกระหว่างคู่ค้าทั้งสองฝ่าย เพราะผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่มักเจอปัญหาด้านการค้างชำระเงินหลังจากส่งมอบสินค้าแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการที่มีความตั้งใจในการทำธุรกิจต้องหมดกำลังใจไปกับการถูกโกง ดังนั้นผู้ประกอบการควรร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงินอย่างเอ็กซิมแบงก์ที่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง เพื่อตรวจสอบสถานะบริษัทและประวัติของคู่ค้าก่อนที่การซื้อขายจะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียใต้มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ Look East Policy ทั้ง 14 ด้าน คือ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี คมนาคม พลังงาน ท่องเที่ยว ประมง เกษตรสาธารณสุข การจัดการสิ่งแวดล้อม ต่อต้านการก่อการร้าย การลดความยากจน วัฒนธรรม ปฏิสัมพันธ์ในระดับประชาชน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค