posttoday
แบงก์ยังคุมเข้มสินเชื่อ

แบงก์ยังคุมเข้มสินเชื่อ

23 มิถุนายน 2559

ไทยพาณิชย์ ชี้ พ.ร.บ.หลักประกันฯ ไม่มีผลให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพิ่ม แค่ทำให้หลักประกันที่แบงก์มีอยู่มีความถูกต้องมากขึ้น

ไทยพาณิชย์ ชี้ พ.ร.บ.หลักประกันฯ ไม่มีผลให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพิ่ม แค่ทำให้หลักประกันที่แบงก์มีอยู่มีความถูกต้องมากขึ้น

นายวิพล วรเสาหฤท รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 2 ก.ค.นี้ ไม่มีผลที่จะทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันธนาคารได้ใช้หลักประกันเสริมที่ไม่ใช่ที่ดินอยู่แล้ว เช่น สิทธิการเช่า สิทธิการชำระเงิน ทรัพย์สินทางปัญญา เพียงแต่ไม่ได้เป็นทางการ

ทั้งนี้ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจที่ออกมา ทำให้หลักประกันที่ธนาคารใช้อยู่มีความถูกต้อง ช่วยลดข้อพิพาทการแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของหลักประกัน เพราะจะมีสัญญาการจำนองจำนำที่ชัดเจนระหว่างธนาคารกับผู้กู้ รวมทั้งทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลเป็นสาธารณะ ลูกค้าจะใช้หลักประกัน เช่น สต๊อกสินค้า หรือเงินฝาก ที่ทำสัญญากันไว้ไปขอสินเชื่อที่ธนาคารอื่นไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หลักการปล่อยสินเชื่อของธนาคารยังคงยึดถือหลักประกันคงทน เช่น อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน โรงงาน เป็นหลักในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ ส่วนหลักประกันที่เป็นสังหาริมทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายได้ตามกฎหมายใหม่นั้น จะเป็นตัวเสริมเมื่อธุรกิจเริ่มฝืดและไม่มีหลักทรัพย์คงทนเหลือ ก็สามารถใช้ทรัพย์สินเหล่านี้เพิ่มสภาพคล่องได้

อย่างไรก็ดี สังหาริมทรัพย์นับเป็นหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง การให้วงเงินสินเชื่อจึงไม่มากเท่ากับการใช้หลักประกันคงทน แต่ขึ้นอยู่กับการแข่งขันของธนาคารด้วย เช่น หากหลักประกันเป็นสต๊อกสินค้าเกษตร ธนาคารพาณิชย์อาจจะให้วงเงินสินเชื่อไม่มาก แต่ธนาคารรัฐที่เชี่ยวชาญด้านเกษตรอาจให้สูงกว่า เพราะเชี่ยวชาญเรื่องหลักประกันและลูกค้าดีกว่า

“หลักประกันใหม่ๆ คงไม่มี เพราะทุกวันนี้เราใช้จนหมดทุกอย่างแล้ว พบเจอปัญหาคนและแบบ ซึ่งหลักประกันที่เราไม่รับคือ ตราสินค้า เพราะตีราคายาก ส่วนหลักประกันสต๊อกทองคำของร้านทองก็ให้วงเงินไม่เยอะ เพราะเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูงมาก” นายวิพล กล่าว

นายวิพล กล่าวว่า หาก พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจมีผลบังคับใช้ อาจทำให้ผู้ขอกู้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง เพราะเมื่อหลักประกันใหม่เข้าระบบจำนำจำนอง จะต้องมีค่าธรรมเนียมการจำนำ 0.01% ของราคาประเมิน เหมือนการจำนอง ส่วนธนาคารจะมีรายละเอียดการทำงานเพิ่มขึ้น และต้องติดตามว่าจะมีปัญหาในขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่

ทั้งนี้ ธนาคารจะแบ่งลูกค้าเป็น 2 กลุ่ม คือ ลูกค้าเก่า ซึ่งกลุ่มนี้ธนาคารจะช่วยสนับสนุน หากขาดสภาพคล่องก็จะแนะนำให้มีการใช้หลักประกันใหม่เพื่อปล่อยกู้เพิ่ม โดยอาจจะยกเว้นค่าธรมเนียมจำนำให้ แต่วงเงินที่ปล่อยกู้จะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงหลักประกันที่ต้องดูเป็นรายกรณีไป ส่วนกลุ่มลูกค้าใหม่ จะเข้าสู่ระบบปกติของธนาคาร เช่น ต้องรับภาระค่าจำนำเอง เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน