
สยามเวลเนสฯ โกอินเตอร์ ชูระบบแฟรนไชส์สปารุกจีน
โดย...วิศิษฐ์ แถมเงิน
โดย...วิศิษฐ์ แถมเงิน
สปาไทยเป็นหนึ่งในธุรกิจบริการที่สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมาก ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างชาติมาเมืองไทย นอกจากพักในโรงแรม ยังนิยมใช้บริการสปาไทยด้วย เพราะไทยโดดเด่นเรื่องให้บริการประทับใจ สิ่งนี้เป็นผลดีทำให้สปาไทยเป็นอีกธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวในต่างประเทศด้วย
วิบูลย์ อุตสาหจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป ผู้ให้บริการสปาครบวงจร เปิดเผยว่า ได้ออกไปขยายธุรกิจที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก ประเดิมด้วยการลงนามในสัญญาแฟรนไชส์ ดำเนินธุรกิจเล็ทส์ รีแลกซ์ สปา ในสาธารณรัฐประชาชนจีนกับบริษัท คุนหมิง ไท่หลาย สปา แมเนจเม้นท์ ซึ่งได้รับสิทธิดำเนินธุรกิจเล็ทส์ รีแลกซ์ สปา ในมณฑลยูนนาน ฉงชิ่ง และเสฉวน โดยได้เปิดตัวเล็ทส์ รีแลกซ์ สปา ในเมืองคุนหมิง เป็นสาขาแรกในต่างประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา มองว่าเมืองคุนหมิงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาตินิยมอันดับต้นๆ อีกทั้งภูมิศาสตร์อยู่ใกล้ไทย ทำให้ชาวคุนหมิงรู้จักไทยเเละบริการสปาไทยดี
“เล็ทส์ รีแลกซ์ สปา ในคุนหมิง มีเมนูนวดเเละสปายอดนิยมสำหรับลูกค้าชาวจีน เช่น นวดหินร้อนคู่กับน้ำมันหอมระเหยสกัดจากสมุนไพรเเละดอกไม้ไทย ที่เป็นซิกเนเจอร์ทรีตเมนต์ของเล็ทส์ รีแลกซ์ สปา นวดแผนไทยประคบสมุนไพรสดที่ใช้ลูกประคบสมุนไพรสดสั่งตรงจากเมืองไทย และนวดน้ำมันอุ่นที่ใช้น้ำมันหอมระเหยอุ่นในการให้บริการ”
หลังจากนี้มีวิสัยทัศน์ว่าภายในปี 2563 สาขาสปาในต่างประเทศของสยามเวลเนส จะต้องกลายเป็นเอเชีย ออริจินัล สปาแบรนด์ คือเป็นแบรนด์สปาไทยที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาคเอเชีย ตั้งเป้า 5 ปี
ข้างหน้า จะทยอยเพิ่มสาขาต่อเนื่องทุกปีใน 10 ประเทศอาเซียน 10 รวมไทย ขณะเดียวกันจะขยายไปหัวเมืองหลักในภูมิภาคเอเชีย อาทิ จีน ฮ่องกง โดยเฉพาะจีน ต้องการมีสาขาครอบคลุม 3 มณฑล คือ ฉงชิ่ง ยูนนาน และเสฉวน
สำหรับเล็ทส์ รีแลกซ์ สปา สาขาคุนหมิงอยู่ใจกลางเมือง บนชั้น 6 อาคารถงเต๋อ คุนหมิง พลาซ่า (ทีเคพี) เป็นอาคารสำนักงานสมัยใหม่สูง 54 ชั้นที่เชื่อมต่อกับศูนย์การค้าชื่อดังและอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ภายในสปาออกแบบภายใต้แนวคิด ไทย ทัช ตกแต่งแบบไทยร่วมสมัยมีกลิ่นอายสะท้อนความเป็นประเทศตะวันออก ไม่ต่างจากบรรยากาศสปาที่เปิดในเมืองไทย มีห้องให้บริการนวดและสปากว่า 10 ห้อง 25 เตียง พร้อมห้องวีไอพี ซึ่งจะมีอ่างจากุซซี่ โดยผู้ใช้บริการสามารถมานวดผ่อนคลายพร้อมชมความงามของเมืองได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน
วิบูลย์ กล่าวถึงแผนธุรกิจว่า จะใช้เงินลงทุนปีนี้กว่า 500 ล้านบาท ในจำนวนนี้ใช้เปิดตัวสาขาใหม่ 10 สาขาในไทย แบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 สาขา ต่างจังหวัด 3 สาขา ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ และอุดรธานี รวมทั้งใช้เพื่อปรับปรุงสาขาเก่า ซึ่งการเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเก่าจะใช้งบ 250 ล้านบาท ขณะที่งบลงทุนที่เหลือ 250 ล้านบาท ใช้เพื่อเข้าซื้อกิจการ (เทกโอเวอร์) โดยการเปิดสปาสาขาใหม่แต่ละครั้งจะมีอัตราการจ้างคนประมาณ 30 คน/สาขา ปีนี้เปิด 10 สาขาจึงต้องเพิ่มพนักงานอีกกว่า 300 คน ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานนวดและสปากว่า 600 คน แต่หากรวมพนักงานในเครือทั้งหมดจะมีทั้งสิ้น 900 คน
ทั้งนี้ บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป ดำเนินธุรกิจสปาทั้งหมด 25 สาขา ภายใต้แบรนด์สปา 3 แบรนด์ คือ ระรินจินดา เวลเนส สปา เป็นสปา 5 ดาว มี 3 สาขา ต่อมาคือ เล็ทส์ รีแลกซ์ จัดเป็นสปา 4 ดาว มี 17 สาขา โดย 16 สาขาอยู่ในไทย อีก 1 สาขาอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งก็คือสาขาในจีนที่เพิ่งไปเปิด และแบรนด์สุดท้าย บ้านสวนมาสสาจ เป็นสปา 3 ดาว มี 5 สาขา นอกเหนือจากธุรกิจสปา บริษัทยังมีรีสอร์ทเพื่อสุขภาพ ระรินจินดา เวลเนสสปา รีสอร์ท ที่ จ.เชียงใหม่ และร้านอาหารเด็ค 1 และดี บิสโทร ซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เช่นกัน
“การลงทุนสาขาหากเป็นเล็ทส์ รีแลกซ์ จะใช้ 15-20 ล้านบาท/สาขา ระรินจินดา 25 ล้านบาท/สาขา บ้านสวน มาสสาจ 10 ล้านบาท/สาขา หากเป็นในไทยบริษัทจะลงทุนเองทั้งหมดไม่มีนโยบายขายแฟรนไชส์ แต่ถ้าเป็นการลงทุนในต่างประเทศ จะมี 3 รูปแบบ คือ 1.ขายแฟรนไชส์ 2.การร่วมทุน และ 3.ลงทุนเองทั้งหมด โดยพิจารณาจากกฎหมายประทศนั้นๆ เป็นหลัก หากมองถึงประเทศที่เข้าไปทำธุรกิจยาก หนีไม่พ้นเมียนมา และกัมพูชา ส่วน สิงคโปร์ เป็นประเทศที่ไปง่ายที่สุด”
ขณะที่ภาพรวมรายได้รวมของบริษัทปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 543 ล้านบาท กำไรสุทธิ 106 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าผลักดันรายได้ให้เติบโต 35% ไตรมาสแรกที่ผ่านมามีรายได้รวมแล้ว 176 ล้านบาท กำไรสุทธิ 35.24 ล้านบาท สัดส่วนรายได้มาจากบริการสปา 84% ผลิตภัณฑ์สปา 5 % และโรงแรม 11%
จากผลการดำเนินงานไตรมาสแรกเป็นทิศทางที่ดีเกินคาด ดังนั้นก็อาจต้องปรับประมาณการรายได้ปีนี้ขึ้นอีก โดยรายได้ที่เติบโตมาจากทั้งสาขาเก่าและสาขาใหม่ แม้ภาพรวมเศรษกิจจะชะลอตัวกระทบการใช้จ่าย แต่เนื่องจากธุรกิจบริการที่ทำอยู่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงระดับบนจึงไม่มีผลกระทบนัก คนไทยยังคงใช้บริการสม่ำเสมอ เมื่อเครียดก็นวด ไม่เครียดก็นวด ส่วนลูกค้าต่างชาติ ก็ได้รับอานิสงส์จากการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐทำได้ตามเป้าหมาย
หลังจากนี้คงต้องติดตามดูว่า จะมีสปาไทยรายไหนไปบุกต่างประเทศจริงจังเหมือนสยามเวลเนสกรุ๊ปอีก ซึ่งการขยายเหล่านี้เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวไทย หากไปใช้บริการในต่างประเทศแล้วประทับใจมาก จะส่งผลให้คนเหล่านั้นอยากมาสัมผัสบริการถึงเมืองไทยเช่นกัน







