
รับมือ'เจดีเอ'หยุดจ่ายก๊าซ
กฟผ.-ปตท. เตรียมแผนรับมือแหล่งก๊าซเจดีเอหยุดจ่าย 12 วัน เพิ่มกำลังผลิตป้อนไฟภาคใต้
กฟผ.-ปตท. เตรียมแผนรับมือแหล่งก๊าซเจดีเอหยุดจ่าย 12 วัน เพิ่มกำลังผลิตป้อนไฟภาคใต้
นายเริงชัย คงทอง ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงแผนรับมือกรณีแหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ เอ-18) หยุดซ่อมบำรุงประจำปีเป็นระยะเวลา 12 วัน ระหว่างวันที่ 20-31 ส.ค.นี้ว่า ได้สั่งการให้โรงไฟฟ้าทางภาคใต้ใช้น้ำมันและพลังงานน้ำเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเข้ามาเสริม รวมทั้งการเจรจากรอบซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซียไว้รองรับด้วย โดยมั่นใจจะสามารถดูแลปริมาณไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการใน 14 จังหวัดภาคใต้ได้
ทั้งนี้ หากแหล่งก๊าซเจดีเอหยุดจ่ายจะส่งผลให้ปริมาณก๊าซหายไปจากระบบประมาณ 420 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต)/วัน และมีผลให้โรงไฟฟ้าจะนะ หน่วยที่ 2 กำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ ที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงต้องหยุดเดินเครื่องทันที ดังนั้น แผนที่ กฟผ.เตรียมไว้ คือ 1.เดินเครื่องโรงไฟฟ้าจะนะหน่วยที่ 1 ด้วยน้ำมันดีเซล 2.สั่งการให้โรงไฟฟ้ากระบี่ เดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซลกำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนเชี่ยวหลาน กำลังการผลิต 200 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลางกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ ได้เจรจากับรัฐบาลมาเลเซียเพื่อขอกรอบการซื้อไฟฟ้าไว้ปริมาณ 300 เมกะวัตต์ จากเดิมที่เคยมีการซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง 2 ประเทศที่ระดับ 30 เมกะวัตต์ ซึ่งจะนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉินหากปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไม่พอ
อย่างไรก็ตาม จากการประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้อยู่ที่ 2,570 เมกะวัตต์ ขยายตัวจากปีก่อนเฉลี่ย 8% ในขณะที่ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้อยู่ที่ระดับ 2,500-2,600 เมกะวัตต์ เชื่อว่าจะอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการได้
ด้าน นายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. กล่าวว่า ได้เตรียมแผนรองรับทั้งการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าภาคใต้ การจัดหาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นและก๊าซธรรมชาติเหลว พร้อมทั้งเตรียมขนส่งก๊าซเอ็นจีวีจากสถานีหลักอื่นๆ มาบรรเทาสถานการณ์ และด้วยแผนบริหารจัดการดังกล่าว ทำให้ปริมาณก๊าซในฝั่งตะวันออกของประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือกับผู้ผลิตก๊าซรายอื่นๆ ให้หลีกเลี่ยงการทำงานที่มีผลกระทบต่อการจ่ายก๊าซคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 18 วัน การผลิตจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงกลางเดือน ก.ย.







