posttoday
“พาณิชย์” บุกตรวจนอมินีภูเก็ต 17 บริษัทเจอ 2 คนจีนสวมบัตรประชาชนไทย

“พาณิชย์” บุกตรวจนอมินีภูเก็ต 17 บริษัทเจอ 2 คนจีนสวมบัตรประชาชนไทย

17 มิถุนายน 2559

“พาณิชย์” ร่วมมือพันธมิตรบุกตรวจนอมินีภูเก็ต 17 บริษัท พบ 2 คนจีนสวมบัตรประชาชนคนไทยแอบทำธุรกิจการท่องเที่ยว เตรียมสอบเชิงลึกก่อนใช้กฎหมายลงโทษทั้งต่างด้าวและคนไทยให้การช่วยเหลือ

“พาณิชย์” ร่วมมือพันธมิตรบุกตรวจนอมินีภูเก็ต 17 บริษัท พบ 2 คนจีนสวมบัตรประชาชนคนไทยแอบทำธุรกิจการท่องเที่ยว เตรียมสอบเชิงลึกก่อนใช้กฎหมายลงโทษทั้งต่างด้าวและคนไทยให้การช่วยเหลือ

นายสาโรจน์ สุวัตถิกุล รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กรมสรรพากร ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานในจังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบธุรกิจที่อาจมีความเชื่อมโยงกับชาวต่างชาติในการใช้ตัวแทนอำพราง (นอมินี) จำนวน 17 บริษัท อยู่ในภูเก็ต 15 บริษัท และพังงา 2 บริษัท โดยพบว่าทั้ง 17 บริษัทมีคนต่างด้าว 2 คน มาสวมสิทธิ์บัตรประชาชนคนไทย คือ นายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล และนายกฤชกร รุ่งมงคลนาม ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องการการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ล่าสุดได้มีการจับกุมได้แล้ว 1 ราย คือ นายกฤชกร

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบคนต่างด้าวทั้ง 2 คน พบว่า เป็นคนจีน มีรายชื่อทำธุรกิจเชื่อมโยงไปมาระหว่าง 17 บริษัท ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ตั้งแต่ทำโรงแรม รถขนส่ง รถทัวร์ เรือรับส่งผู้โดยสาร ขายของที่ระลึก และร้านอาหาร โดยได้สวมสิทธิ์บัตรประชาชนของคนเชียงราย เพื่อแอบอ้างว่าเป็นคนไทยแล้วทำธุรกิจสงวนของคนไทย ซึ่งได้มีการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว และในส่วนของการสวมบัตรประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังไปตรวจสอบอยู่ว่าทำมาได้ยังไง

นายสาโรจน์ กล่าวว่า การดำเนินการตามกฎหมายของกรมเบื้องต้น ได้สั่งการให้มีการเพิกถอนการจดทะเบียนต่างๆ ของทั้ง 17 บริษัทเอาไว้ก่อน เช่น การเพิกถอนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ รวมถึงการจดทะเบียนแก้ไขในทะเบียนอื่นๆ และต่อไปจะเข้าไปตรวจสอบว่าผู้ถือหุ้นและกรรมการที่เหลือในบริษัทมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ถ้ารู้เห็นมาตั้งแต่ต้น ก็จะทำการเพิกถอนบริษัทต่อไป

“การเพิกถอนบริษัทอาจจะทำไม่ได้ในทันที เพราะต้องตรวจสอบย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ตรวจสอบกับผู้ที่มีรายชื่อถือหุ้นในบริษัท และตรวจสอบกรรมการของบริษัทว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ถ้าพบว่ารู้เห็นเป็นใจมาตั้งแต่ต้น สามารถเพิกถอนการจดบริษัทได้ทันที แต่ถ้าไม่รู้เห็น ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติก่อน”


อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัททั้ง 17 บริษัทดังกล่าว กรมได้มีการลงหมายเหตุไว้ในทะเบียนบริษัทแล้วว่า เป็นบริษัทที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบการจดทะเบียนของกรมฯ ขอให้ระมัดระวังในการติดต่อทำธุรกิจ เพราะอาจได้รับความเสียหายได้

สำหรับความผิดตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 37 หากตรวจสอบพบว่าคนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจสงวน จะมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท และปรับอีกวันละ 1-5 หมื่นบาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน ส่วนคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพสงวนจะมีความผิดตามมาตรา 36 คือโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนจะปรับเพิ่มอีกวันละ 1-5 หมื่นบาท และกรมจะส่งเรื่องให้กรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบการเสียภาษี รวมทั้งได้ประสานให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปตรวจสอบเส้นทางเงินด้วย

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน