posttoday
เพิ่มราคาหุ้น4แบงก์ใหญ่

เพิ่มราคาหุ้น4แบงก์ใหญ่

15 มิถุนายน 2559

โกลด์แมน แซคส์ มองหุ้นแบงก์ไทยดีขึ้น ปรับเป้าหมายราคา BBL KBANK SCB KTB ลด TMB

โกลด์แมน แซคส์ มองหุ้นแบงก์ไทยดีขึ้น ปรับเป้าหมายราคา BBL KBANK SCB KTB ลด TMB

โกลด์แมน แซคส์ บริษัทหลักทรัพย์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทย 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) จาก 167 บาทเป็น 181 บาท ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) จาก 176 บาทเป็น 196 บาท ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จาก 141 บาทเป็น 156 บาท และธนาคารกรุงไทย (KTB) ปรับเพิ่มจาก 17.40 บาท เป็น 18.90 บาท แต่ยังคงน้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาด

ขณะเดียวกันได้ปรับลดราคาเป้าหมายราคาหุ้นของธนาคารทหารไทย (TMB) จากระดับ 2.27 บาทเหลือ 2.14 บาท พร้อมแนะนำขาย

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ระบุว่า หุ้นธนาคารพาณิชย์ยังถูกปัจจัยการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกดดันต่อเนื่อง รวมถึงรายได้จากค่าธรรมเนียมที่มีแนวโน้มลดลง กลยุทธ์การลงทุนยังให้น้ำหนักการลงทุน น้อยกว่าตลาด และยังแนะนำให้ขายหุ้นใหญ่ทุกแห่ง ยกเว้น BBL มาซื้อหุ้นขนาดเล็ก ที่ได้รับผลกระทบน้อย คือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) และบริษัท ทุนธนชาต (TCAP )

ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์เนื่องจากการยึดทรัพย์ บนสมมติฐานของการใช้อัตราภาษีสูงสุดสำหรับสินทรัพย์แต่ละประเภท กรณีเลวร้ายจะกระทบกำไรกลุ่มฯ ในปี 2560 เพียง 1.7% ของคาดการณ์ปัจจุบัน 2.16 แสนล้านบาท ส่วนธนาคารขนาดใหญ่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมสูงในอดีต ธุรกรรมทางดิจิทัล รวมกันราว 25% ของรายได้ค่าธรรมโดยรวม และค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บจากร้านค้า ในการติดตั้งเครื่อง EDC ก็มีแนวโน้มว่าจะลดลงจากอัตราสูงสุดที่ 3% เหลือ 1.5% หากรวมทั้งสองรายการคาดว่ากำไรของธนาคารพาณิชย์น่าจะหายไปราว 5% ผลกระทบยังคงกระจุกตัวอยู่ที่แบงก์ใหญ่ คือ SCB KBANK KTB ส่วน BBL กระทบไม่มาก โดยรวมทำให้กำไรของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในปี 2559 มีแนวโน้มหดตัวจากปี 2558

ตลาดหุ้นต่างประเทศหลายแห่งยังคงลดลงต่อเนื่องจากวันก่อน จากแรงขายหุ้นพลังงาน หลังราคาน้ำมันล่วงหน้าลดลงมาซื้อขายบริเวณ 48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนตลาดหุ้นไทย วันที่ 14 มิ.ย. มีแรงซื้อธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ หนุนดัชนีปรับขึ้น 6.24 จุด ปิดที่ 1,428.10 จุด มูลค่าการซื้อขายปานกลาง 45,073 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยซื้อกลุ่มเดียวจำนวน 1,250 ล้านบาท สถาบันในประเทศทิ้งหนัก 902 ล้านบาท ส่วนต่างชาติขายเล็กน้อยเพียง 74 ล้านบาท

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นรอผลประชามติว่าสหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ จะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยระยะสั้นเพียง 1 เดือน โดยประเมินกรอบดัชนีที่ 1,300-1,400 จุด

นายกวี ระบุว่า หลังจากความกังวลดังกล่าวผ่านพ้นไปแล้ว ตลาดหุ้นไทยจะดีดตัวกลับขึ้นมาได้จากปัจจัยภายในประเทศที่ภาวะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น การท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐ รวมถึงราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ดัชนีทั้งปีอยู่ที่ 1,500 จุด จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1,470 จุด

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นในปีหน้า คาดว่าดัชนีน่าจะอยู่ที่ 1,530 จุด โดยหุ้นที่นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้คือหุ้นในกลุ่มการบริโภคการลงทุนภายในประเทศ การท่องเที่ยว โรงพยาบาล สายการบิน อสังหาริมทรัพย์ รับเหมาก่อสร้าง ด้าน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ฝ่ายวิจัยมองเป้าหมายพื้นฐานปีนี้ที่ระดับ 1,480 จุด

ขณะที่ตลาดกำลังรอผลการตัดสินใจของ MSCI ว่าจะรวมหุ้นจีนรวมในการคำนวณดัชนี MSCI Emerging Markets Index หรือไม่ ในช่วงเช้าวันที่ 15 มิ.ย. 2559 หากนำไปรวมด้วยจะมีผลให้น้ำหนักตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงไทยลดลง นำไปสู่การขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติครั้งใหญ่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน