อัคราฯร้องต่ออายุโรงถลุงทองคำ
อัคราฯ พาบริษัทแม่ คิงสเกต พบ รมว.อุตฯ สัปดาห์หน้า ขอทบทวน ต่ออายุอนุญาตโรงโลหกรรมเป็น 5 ปี
อัคราฯ พาบริษัทแม่ คิงสเกต พบ รมว.อุตฯ สัปดาห์หน้า ขอทบทวน ต่ออายุอนุญาตโรงโลหกรรมเป็น 5 ปี
นายสิโรจ ประเสริฐผล ประธาน เจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท อัครา รีซอร์สเซส เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าผู้บริหารบริษัท อัคราฯ และนายเกรก ฟาวลิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิงสเกต คอนโซลิเดเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนจากออสเตรเลีย จะเข้าพบนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เพื่อหารือและขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำสั่งปิดเหมืองทองของบริษัท อัคราฯ เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งจะขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมทบทวนการต่ออายุใบอนุญาตโรงโลหกรรมที่ควรจะเป็น 5 ปี ไม่ใช่ 7 เดือน
"บริษัทต้องการให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) พิจารณาคำขออุทธรณ์เรื่องอายุใบอนุญาตโรง โลหกรรม ซึ่งบริษัทต้องการให้ต่ออายุ 5 ปี ไม่ใช่ 7 เดือน เพราะตามเกณฑ์การอนุญาตของ กพร. การต่อใบอนุญาตดังกล่าวจะมีเวลา 5 ปีอยู่แล้ว ประกอบกับประทานบัตรของบริษัทที่มีอยู่ก็สามารถดำเนินการได้ถึงปี 2571 ดังนั้นบริษัทควรได้รับสิทธิในการขุดเหมืองต่อไป ซึ่งหากไม่เป็นไปตามทิศทางที่บริษัทขออุทธรณ์ ทางบริษัทอาจจะต้องปรึกษากับฝ่ายกฎหมายเพื่อดำเนินการต่อไป แต่บริษัทยังไม่อยากให้พูดถึงขั้นฟ้องร้อง เพราะเราก็ต้องเสียเวลาเหมือนกัน" นายสิโรจ กล่าว
นายสิโรจ ย้ำว่า ผลการหารือระหว่างผู้บริหารบริษัทและ รมว.อุตสาหกรรม ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทจะนำมาพิจารณาว่าบริษัทจะฟ้องร้องภาครัฐหรือไม่ ซึ่งหากภาครัฐไม่สามารถตอบคำถามของบริษัทได้ก็มี โอกาสสูงที่จะดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทดำเนินการตามขั้นตอนการประกอบการถูกต้องทุกอย่าง ขณะที่ผลการตรวจสุขภาพของประชาชนรอบเหมืองที่พบว่าโลหะหนักในเลือดเกินมาตรฐาน ก็ไม่ปรากฏชัดเจนว่าเกิดจากเหมือง
นายสิโรจ ระบุว่า นับตั้งแต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติสั่งปิดเหมืองทองคำ บริษัทยังได้รับหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก กพร. มีเพียงเอกสารชี้แจงจาก กพร.ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ว่าบริษัทดำเนินการถูกต้อง แต่ การสั่งปิดเหมืองเป็นปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมติ ครม. โดยยืนยันให้บริษัทดำเนินการทำเหมืองแร่ทองคำได้ถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น
นายสิโรจ กล่าวว่า ในส่วนการดูแลพนักงานบริษัทและที่เกี่ยวข้องประมาณ 1,000 คน บริษัทจะดูแลและชดเชยอย่างเต็มที่ในส่วน 400 คน ขณะที่อีก 600 คน เป็นพนักงานในเครือ บริษัทจะดำเนินการเจรจากับบริษัทลูกที่ดูแลอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจะทำแผนฟื้นฟูเหมืองให้เสร็จในสิ้นปี
นายชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดี กพร. กล่าวว่า หลังที่ประชุม ครม.เมื่อ วันที่ 10 พ.ค. รับทราบมติของที่ประชุม 4 กระทรวง ที่สั่งให้ปิดเหมืองทองคำและให้ต่ออายุใบอนุญาตโรงโลหกรรมของบริษัท อัคราฯ ไปจนถึงสิ้นปีหรือ 7 เดือน กพร.ได้ส่งคำสั่งที่ออกตามมติ ครม.ไปให้กับบริษัท ต่อมาวันที่ 8 มิ.ย. บริษัท อัคราฯ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งการต่ออายุใบอนุญาตโรงโลหกรรมเป็น 3-5 ปี โดยให้เหตุผลว่าการต่ออายุใบอนุญาตครั้งแรกบริษัทได้รับใบอนุญาต 3 ปี และการต่ออายุครั้งที่ 2 ได้รับการอนุญาต 5 ปี ดังนั้นการต่ออายุใบอนุญาตครั้งที่ 3 จึงไม่สมควรได้รับใบอนุญาตเพียง 7 เดือน
นอกจากนี้ บริษัท อัคราฯ ยังให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีกองแร่ที่จะนำมาถลุงได้อยู่มาก และจะต้องใช้เวลาในการถลุงมากกว่า 7 เดือน จึงจำเป็นต้องขอให้ กพร.ทบทวนการต่ออายุใบอนุญาตเป็น 3-5 ปี
"ตอนนี้ กพร.ได้รับคำอุทธรณ์ของบริษัท อัคราฯ แล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาข้อมูลทุกด้านจึงจะตัดสินใจว่าจะต่ออายุใบอนุญาตโรงถลุงแร่ทองคำให้กับทางบริษัทหรือไม่ ซึ่งการพิจารณาจะต้องดูจากปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะมติ ครม.ที่ให้ต่ออายุใบอนุญาตโรงถลุงเพียง 7 เดือน ตลอดจนพิจารณาสภาวะแวดล้อมอื่นๆ ด้วย เช่น ที่บริษัทบอกว่ามีกองแร่เหลืออยู่มาก และขอต่ออายุใบอนุญาตโรงถลุงเป็น 5 ปี ก็ต้องดูว่ากองแร่ที่บริษัทอ้างถึงนั้นมีเปอร์เซ็นต์แร่ทองคำคุ้มค่ามากพอกับการนำเข้าโรงถลุงหรือไม่" นายชาติ กล่าว
ภาพประกอบข่าว







