
ปตท.ลุ้นรัฐเลิกมาตรการอุ้มเอ็นจีวี
ปตท.ลุ้นรัฐปลดล็อกมาตรการอุ้มราคาเอ็นจีวีไม่เกิน 13.50 บาท/กก. หลังทิศทางขาลงถึงสิ้นปี เดือน มิ.ย. ลงเหลือ 12.63 บาท/กก.
ปตท.ลุ้นรัฐปลดล็อกมาตรการอุ้มราคาเอ็นจีวีไม่เกิน 13.50 บาท/กก. หลังทิศทางขาลงถึงสิ้นปี เดือน มิ.ย. ลงเหลือ 12.63 บาท/กก.
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการประเมินมาตรการดูแลราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ที่กำหนดให้ ปตท.เข้ามารับภาระประกันราคาไม่ให้เกินเพดาน 13.50 บาท/กก. ภายหลังได้มีการปรับโครงสร้างราคาเอ็นจีวีลอยตัวแบบมีเงื่อนไขไปแล้ว เนื่องจากในช่วง 6 เดือนหลังของปี แนวโน้มราคาเอ็นจีวีอยู่ในช่วงขาลง ในขณะที่มาตรการดังกล่าวมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) กำหนดให้ดูแลในช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค. 2559)
“หากราคาเอ็นจีวีอยู่ในช่วงขาลงจนถึงสิ้นปี ก็อาจไม่จำเป็นต้องให้ ปตท.เข้ามารับภาระในส่วนนี้ก็เป็นได้ โดย ปตท.จะต้องจัดทำข้อมูลแนวโน้มราคาเอ็นจีวีมารายงานยังกระทรวงพลังงาน เพื่อนำเข้าไปรายงานต่อ กบง.พิจารณาต่อไป ในประเด็นว่าจะต้องยกเลิกมาตรการดูแลราคานี้หรือไม่” แหล่งข่าวระบุ
อย่างไรก็ตาม ต้องรอข้อมูลจากปตท.มาประกอบการพิจารณา ซึ่งที่ผ่านมาราคาเอ็นจีวีก็อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 13.50 บาท/กก. ตั้งแต่เดือน ม.ค.เป็นต้นมา โดย ปตท.ไม่ต้องเข้าไปอุดหนุนราคาส่วนต่างแต่อย่างใด สะท้อนให้เห็นว่าขณะนี้ราคาเอ็นจีวีถือว่าเข้าสู่ภาวะลอยตัวแล้ว
แหล่งข่าวจากบริษัท ปตท. เปิดเผยว่า มติ กบง.ที่ลอยตัวราคาเอ็นจีวีแบบมีเงื่อนไข มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2559 นั้น ทำให้ ปตท.จะต้องประกาศราคาเอ็นจีวีตามต้นทุนทุกวันที่ 16 ของเดือน และพบว่าต้นทุนราคาได้สะท้อนราคาก๊าซที่อิงสูตรกับน้ำมันเตาย้อนหลัง 6-12 เดือน ซึ่งมีทิศทางขาลงมาต่อเนื่อง และ ปตท.ยังไม่ต้องจ่ายเพิ่มส่วนต่างแต่อย่างใด ซึ่งล่าสุดราคาเอ็นจีวี วันที่ 16 พ.ค.-15 มิ.ย. 2559 อยู่ที่ 12.63 บาท/กก. หรือลดลง 0.73 บาท/กก. จากเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ปตท.ยังได้ประเมินแนวโน้มราคาเอ็นจีวีไว้ในช่วงครึ่งปีหลังไว้ก่อนหน้านี้ และได้รายงาน กบง.ทุกครั้ง ซึ่งปัจจุบันทิศทางยังคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากการประเมินไว้เมื่อต้นปี โดยราคาเอ็นจีวียังคงมีทิศทางขาลงอีก เนื่องจากต้นทุนก๊าซที่อิงน้ำมันจะสะท้อนราคาน้ำมันย้อนหลังครบ 6 เดือน ทำให้คาดว่าราคาช่วง 16 มิ.ย.-15 ก.ค.นี้ จะทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย โดยประเมินกันว่าราคาเอ็นจีวีในเดือน พ.ย. จะลดได้อีก 0.70 บาท/กก. ดังนั้นจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะคงมาตรการนี้ไว้อยู่
ทั้งนี้ หลังภาครัฐได้ประกาศปรับโครงสร้างราคาเอ็นจีวี โดยปล่อยลอยตัวราคาแบบมีเงื่อนไขนั้น ส่งผลให้ธุรกิจเอ็นจีวีของ ปตท.ดีขึ้นตามลำดับ โดยไตรมาสแรกของปีมีผลขาดทุนสะสมลดลงเหลือ937 ล้านบาท และภายในปลายปี 2559 คาดว่าธุรกิจเอ็นจีวีจะกลับมามีกำไรเป็นครั้งแรก หลังจากที่ขาดทุนสะสม 10 ปี
ด้าน นายวิฑูรย์ แนวพานิชประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การประกาศลอยตัวราคาเอ็นจีวีแบบมีเงื่อนไข แต่ในส่วนของรถโดยสารสาธารณะ ทาง ปตท.ยังเข้าไปดูแลตรึงราคาให้อยู่ที่ระดับ 10 บาท/กก. ด้วยการใช้บัตรส่วนลดราคาเอ็นจีวี เพื่อชำระค่าก๊าซเป็นเงินสด ซึ่งต้องยอมรับว่าขณะนี้รถแท็กซี่ที่ส่วนใหญ่ใช้บัตรส่วนลดราคาลดลงจากเดิมไปประมาณ 30% จากที่เคยมีอยู่ 9 หมื่นคัน สาเหตุมาจาก ปตท.มีความเข้มงวดในการพิจารณามากขึ้น เช่น บัตรหมดอายุ เมื่อมาต่อบัตรใหม่จะมีเงื่อนไขเพิ่ม กรณีมีบัตรแต่มีแท็กซี่คันใหม่มาแทนก็จะไม่พิจารณาให้ เป็นต้น
ปัจจุบันมีจำนวนรถแท็กซี่ทั้งหมด 1.2 แสนคัน เป็นรถที่ใช้เอ็นจีวีประมาณ 9 หมื่นคัน และใช้แอลพีจี 2 หมื่นคัน ที่เหลือใช้น้ำมัน โดยขณะนี้ราคาเอ็นจีวีภาพรวมถือว่าต่ำลงมาก







