
จาร์เค็นบุกไลฟ์สไตล์
จาร์เค็น หวังต่อยอดธุรกิจออกแบบงานอสังหาฯ รุกแฟชั่นเสื้อผ้า วัสดุก่อสร้าง โรงเรียนสอนออกแบบ และที่ปรึกษา หลังงานออกแบบอสังหาฯ แข่งดุ
จาร์เค็น หวังต่อยอดธุรกิจออกแบบงานอสังหาฯ รุกแฟชั่นเสื้อผ้า วัสดุก่อสร้าง โรงเรียนสอนออกแบบ และที่ปรึกษา หลังงานออกแบบอสังหาฯ แข่งดุ
นายกุลเดช สินธวณรงค์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท จาร์เค็น เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ปรับตัวครั้งใหญ่ จากเดิมที่เป็นบริษัทออกแบบทางด้านงานสถาปัตยกรรมออกแบบตกแต่งภายนอกและภายใน โดยได้ใช้งบลงทุน 40 ล้านบาท เพื่อขยายใน 4 ธุรกิจใหม่ ประกอบด้วย 1.แฟชั่นออกแบบเสื้อผ้าแบรนด์ “พายพาเล็ท” สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งจะเน้นผู้หญิง 70% อีก 30% เป็นผู้ชาย สำหรับใส่ทำงาน โดยจะเปิดตัวในประเทศเกาหลีใต้ในช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้ ขายผ่านช่องทางออนไลน์
2.วัสดุก่อสร้างในรูปแบบแมตทีเรียล คอนเซ็ปต์ สโตร์ ซึ่งเป็นสินค้าตกแต่งและนำเข้า รวมไปถึงสินค้าที่บริษัทผลิตขึ้นเองจากของเหลือใช้ในไซต์งานก่อสร้างมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ วอลเปเปอร์ ผนังสามมิติที่ใช้แล้วสามารถตกแต่งบ้านในทันที 3.โรงเรียนสอนทางด้านการออกแบบหรือดีไซน์ สกูล โดยได้เปิดสอนมาแล้ว 6 เดือน เรียนไปแล้ว 6 รุ่น รุ่นละ 30 คน ใช้เวลาเรียนต่อหลักสูตรไม่เกิน 4 สัปดาห์ ซึ่งมีหลักสูตร อาทิ งานทางด้านออกแบบดีไอวาย และหลักสูตรผู้รับเหมาก่อสร้างสามารถนำงานออกแบบมาใช้ได้อย่างไร และ 4.ธุรกิจที่ปรึกษาทางด้านการสร้างแบรนด์ หรือเป็นที่ปรึกษาการออกแบบให้กับองค์กร เช่น ทีมฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ที่บริษัทออกแบบให้ทั้งหมดตั้งแต่เสื้อผ้านักกีฬา สินค้าที่ระลึก รวมไปถึงสนามกีฬาของทีม เป็นต้น
“ในปีนี้สัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากการออกแบบงานอสังหาฯ เป็นหลัก 70% อีก 30% นั้นจะมาจากงานทางด้านไลฟ์สไตล์ แต่ในอีก 3 ปีข้างหน้าสัดส่วนรายได้จะมาจากงานทางด้านไลฟ์สไตล์มากถึง 60% อีก 40% เป็นงานทางด้านอสังหาฯ ที่ประเมินว่างานทางด้านไลฟ์สไตล์จะมีมากขึ้น” นายกุลเดช กล่าว
สำหรับปีนี้ภาพรวมของธุรกิจทุกกลุ่มนั้น จะสามารถเติบโตได้ปีละ 5-10% แต่เชื่อว่าจากการปรับตัวที่หันมาให้น้ำหนักธุรกิจไลฟ์สไตล์มากขึ้นจะสามารถทำให้เติบโตได้ปีละ 20% เนื่องจากสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างกว่า ขณะที่ฐานลูกค้ากลุ่มรับออกแบบอสังหาฯ รวมไปถึงก่อสร้างนั้นมีไม่ต่ำกว่า 100 ราย/ปี ซึ่งคาดว่าจะยังคงทรงตัว
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ 400-450 ล้านบาท และคาดว่าภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมีรายได้ 1,500 ล้านบาท โดยขณะนี้เตรียมนำบริษัทเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายในปี 2561 นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะขยายตลาดต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น โดยขณะนี้ได้มีพันธมิตรเพื่อร่วมทุนในกัมพูชาและเมียนมาแล้ว โดยเฉพาะเมียนมามั่นใจว่าจะเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากทีมนักออกแบบไทยมีฝีมือ พร้อมกันนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาตลาดใน สปป.ลาว







