
จับตา!434โรงบรรจุก๊าซแอบขายแอลพีจีให้ปั๊ม
กรมธุรกิจพลังงานจับตาโรงบรรจุก๊าซฯ 434 แห่ง ลักลอบนำแอลพีจีครัวเรือนขายปั๊มหลังยอดใช้โตผิดปกติ
กรมธุรกิจพลังงานจับตาโรงบรรจุก๊าซฯ 434 แห่ง ลักลอบนำแอลพีจีครัวเรือนขายปั๊มหลังยอดใช้โตผิดปกติ
นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบโรงบรรจุก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) 434 แห่งทั่วประเทศ มีการลักลอบนำแอลพีจีภาคครัวเรือนที่ได้รับการอุดหนุนราคาไปจากภาครัฐไป จำหน่ายให้กับปั๊มแอลพีจีเพื่อใช้ในภาคขนส่งหรือไม่ เนื่องจากปริมาณการใช้แอลพีจีครัวเรือนในเดือนก.ค.สูงผิดปกติ เฉลี่ยวันละ6.77 ล้าน ก.ก. เพิ่มขึ้น 9.6 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ปกติแล้วการใช้แอลพีจีจะขยายตัวเพียงเดือนละ 5. % เท่านั้น
ทั้งนี้ตามปกติปั๊มแอลพีจีจะต้องซื้อขายก๊าซฯจากผู้ค้ามาตรา7 ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 10 ราย เท่านั้น แต่พบว่ามีโรงบรรจุก๊าซฯบางรายที่แจ้งจะนำไปบรรจุถังครัวเรือนเพื่อจำหน่าย แต่กลับนำไปจำหน่ายให้กับปั๊มแอลพีจี เพื่อหวังกำไรส่วนต่างของราคารับซื้อ เพราะราคาจำหน่ายแอลพีจีในปั๊มจะสูงกว่า ราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน ซึ่งการกระทำดังกล่าวผิดกฏหมายมีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
นอกจากนี้ยังพบว่ามีการลักลอบนำแอลพีจีไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหวังเก็งกำไร เนื่องจากราคาแอลพีจีในไทยมีราคาถูกกว่าแอลพีจีในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันราคาแอลพีจีตลาดโลกอยู่ที่ 600-700 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในขณะที่ราคาแอลพีจีในไทยถูกกำหนดเพดานราคาไว้ที่ 320-330 เหรียญสหรัฐ/ตัน
อย่างไรก็ตามเพื่อให้การปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทางกรมธุรกิจพลังงานได้เพิ่มคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ. 2552 เพื่อปฏิบัติการในการจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะทำให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย
สำหรับการใช้แอลพีจีในเดือนก.ค. มีจำนวน 4.38 แสนตัน/เดือนลดลงจากเดือนมิ.ย. 6% เนื่องจากการใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีลดลงเหลือ 1.05 แสนตัน หรือ ลดลง 23% เพราะ บริษัทปตท.เคมิคอลปิดซ่อมบำรุง ในขณะที่การใช้ในภาคครัวเรือนอยู่ที่ 2.1 แสนตัน เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และภาคขนส่งยอดใช้อยู่ที่ 5.7 หมื่นตัน เพิ่มขึ้น 2% ส่วนการนำเข้าแอลพีจียังอยู่ในดับที่สูง โดยเดือนก.ค. อยู่ที่ 9.1 หมื่นตัน และเดือนส.ค.คาดการณ์การนำเข้าแอลพีจีอยู่ที่ 1.32 แสนตัน
นายพีระพล กล่าวถึง สถานการณ์การใช้น้ำมันเดือนก.ค. กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ อยู่ที่วันละ 20.6 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย. 0.2% ในขณะที่การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล อยู่ที่วันละ 50.1 ล้านลิตร ลดลง 1% ซึ่งในช่วงเดือนพ.ค.-ก.ค. เป็นต้นมา เป็นช่วงปลายและใกล้หมดฤดูพืชผลทางการเกษตร ทำให้การใช้รถยนต์เพื่อการบรรทุกสินค้าลดน้อยลง และการใช้น้ำมันจะลดลงในช่วงนี้เป็นประจำทุกปี ประกอบกับรถยนต์บรรทุกมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ไปใช้ก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี) เพิ่มมากขึ้น







