posttoday
ก.ยุติธรรมอุ้มพนักงานรฟท. ต่อสู้เจ้าหนี้นอกระบบ

ก.ยุติธรรมอุ้มพนักงานรฟท. ต่อสู้เจ้าหนี้นอกระบบ

10 สิงหาคม 2553

กระทรวงยุติธรรมจับมือ ร.ฟ.ท ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้ไม่รับความเป็นธรรม  ส่งทีมไกล่เกลี่ยหนี้ พร้อมมอบดาบดีเอสไอลากตัวเจ้าหนี้นอกระบบมาลงโทษ

กระทรวงยุติธรรมจับมือ ร.ฟ.ท ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้ไม่รับความเป็นธรรม  ส่งทีมไกล่เกลี่ยหนี้ พร้อมมอบดาบดีเอสไอลากตัวเจ้าหนี้นอกระบบมาลงโทษ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเวทีรับฟังปัญหา“กระบวนการยุติธรรมกับการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม”  ที่ห้องประชุมสโมสรการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยมีนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ให้การต้อนรับ ทั้งนี้เนื่องจากพนักงานการรฟท. กลุ่ม “เครือข่ายต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนภาคประชาชน” ส่งผู้แทนจำนวน 15 คน เข้าร้องเรียนต่อพ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หัวหน้าศูนย์แก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสัญญาเงินกู้ที่ไม่เป็นธรรม โดยขอให้กระทรวงยุติธรรม ช่วยเหลือไกล่เกลี่ยชำระหนี้ตามสภาพหนี้ที่แท้จริง และหาแนวทางในการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป โดยมีพนักงาน การรถไฟแห่งประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวประมาณ 300 คน

นายพีระพันธุ์  กล่าวว่า รัฐบาลได้มอบนโยบายให้กระทรวงยุติธรรมรับผิดชอบในด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหนี้สินนอกระบบ โดยทำงานร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลมีลูกหนี้ลงทะเบียนจำนวน 1,194,710  ราย  ยอดหนี้ที่ลงทะเบียน 122,794.73 ล้านบาท  ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาเน้นการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบในชั้นกระบวนการก่อนฟ้องเพื่อให้เข้าถึงระบบสินเชื่อของสถาบันการเงิน  ซึ่งจากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของศูนย์แก้ไขหนี้นอกระบบ กระทรวงยุติธรรม หลาย ๆ พื้นที่ พบว่าความเดือดร้อนของลูกหนี้นอกระบบที่อยู่ระหว่างถูกฟ้องคดี และถูกบังคับคดีอย่างไม่เป็นธรรม  มีความรุนแรงและมีผลกระทบในวงกว้างเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ

นายพีระพงธุ์กล่าวว่า  ปัจจุบันรฟท. มีพนักงานประมาณ 12,000  คน   มีข้อมูลรายการหักเงินเดือนล่าสุดพบว่ามีพนักงานถูกอายัดเงินเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา    ชั้นบังคับคดีของศาลมีจำนวนถึง 953  ราย  มีทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ รวมเป็นเงินที่หักส่งประมาณ 2.6 ล้านบาท ต่อเดือน คาดว่าจะมีจำนวนทุนทรัพย์ตามคำพิพากษาประมาณ 100 ล้านบาท และคาดว่ามีหนี้นอกระบบที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระหนี้และถูกฟ้องร้องทางแพ่งอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ ปัญหาหนี้สินของพนักงานการรถไฟส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจกฎหมาย ในขั้นตอนก่อนและขณะทำสัญญา รวมทั้งถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมและฝ่าฝืนกฎหมาย  เช่น เจ้าหนี้กำหนดให้ลูกหนี้ต้องทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลก่อนจ่ายเงินกู้โดยทำสัญญายอมสูงกว่าเงินกู้ที่ได้รับจริงถึง 3 เท่า ทำสัญญากู้ยืมเงิน  3  เท่าของเงินที่ได้รับไปจริง โดยลูกหนี้เซ็นชื่อในสัญญาเปล่าให้กับเจ้าหนี้ถือไว้ (เช่น กู้  50,000 บาท ทำสัญญา 150,000 บาท)   เจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา 5-10% การทำนิติกรรมอำพรางโดยการขายฝาก จำนอง เช่าซื้อ หรือ จำนำ     เจ้าหนี้ยึดบัตรเอทีเอ็มหักชำระหนี้รายเดือนรวมถึงเมื่อเจ้าหนี้ฟ้องแล้ว ลูกหนี้ไม่ไปศาลไม่ต่อสู้คดีจนกระทั่งถูกบังคับคดีในที่สุด   

นอกจากนี้ยังพบปัญหารายได้ของพนักงานไม่เพียงพอต่อการยังชีพของตนเองและครอบครัวอันเนื่องมาจากการเป็นหนี้สถาบันการเงิน หนี้สหกรณ์ หนี้ถูกอายัดตามคำพิพากษา   ในคราวเดียวกัน จนบางรายถูกหักหนี้เหลือเงินได้สุทธิเพียงหลักร้อยบาท

อย่างไรก็ตามกระทรวงยุติธรรมกำหนดแนวทางการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบของการรถไฟ ฯ ดังนี้ การบังคับใช้กฎหมาย  มอบกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)พิจารณาดำเนินมาตรการทางอาญาตามความผิดที่ปรากฏ เช่น ฐานเบิกความเท็จ เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือดำเนินการด้านภาษี   กรณีการหักเงินเดือนจนเงินไม่เหลือเพียงพอต่อการยังชีพ มอบกรมบังคับคดีพิจารณากฎหมาย ระเบียบ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง และนำกระบวนการไกล่เกลี่ยเข้ามาช่วยเหลือลูกหนี้ และกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการถูกฟ้องร้อง  มอบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ให้การช่วยเหลือจัดหาทนายความในการต่อสู้คดี โดยใช้กองทุนยุติธรรม

 การช่วยเหลือของกระทรวงยุติธรรมเป็นเพียงการแก้ไขเสี้ยวหนึ่งของปัญหา ในการช่วยลดหนี้ ไกล่เกลี่ย ดำเนินคดีกับเจ้าหนี้และใช้มาตรการด้านภาษี แต่การแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจรและยั่งยืนควรจัดโครงการร่วมกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารออมสิน  ธนาคารกรุงไทยฯ เป็นต้น เพื่อโอนหนี้ทั้งหมดไว้ที่สถาบันการเงินเพียงแห่งเดียว โดยให้ลูกหนี้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปรับปรุงโครงสร้างหนี้ นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมจะประสานกระทรวงการคลังให้การสนับสนุนด้านสินเชื่ออีกทางหนึ่ง รวมถึงให้การสนับสนุนเครือข่ายองค์กรภาคเอกชนให้ร่วมกันแก้ไขปัญหา เช่น จัดหาวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่สมาชิก ส่งเสริมให้ลูกหนี้ตระหนักรับรู้ถึงปัญหา เน้นย้ำการดำรงตนภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นการรับทราบปัญหาความเดือดร้อนอย่างแท้จริง เพื่อจะได้ร่วมกันวางแนวทางการให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การการจัดกิจกรรมเวทีรับฟังปัญหาซึ่งกระทรวงยุติธรรมร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ในครั้งนี้นับเป็นยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนสังคมแบบบูรณาการ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายให้กับพนักงานของการรถไฟ  การหาช่องทางผ่อนปรนหลักเกณฑ์การหักเงินเดือนของพนักงานกรณีมีภาระหนี้หลายรายการให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ  และเปิดโอกาสให้พนักงานผู้ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมได้รับการช่วยเหลือจากกระบวนการยุติธรรมตามสมควร โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มศักยภาพของพนักงานในการที่จะเป็นผู้ให้บริการแก่สังคมอย่างมีประสิทธิภาพ และข้อคิด ข้อแนะนำจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในกระบวนการยุติธรรมในวันนี้จะเป็นประโยชน์แก่พนักงานการรถไฟฯ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป.

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน