posttoday
จีนคงเป้าจีดีพีปีนี้ 6.8% ความเสี่ยงเพียบสกัดศก.ขยายตัว

จีนคงเป้าจีดีพีปีนี้ 6.8% ความเสี่ยงเพียบสกัดศก.ขยายตัว

09 มิถุนายน 2559

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ธนาคารกลางของจีน (พีบีโอซี) ปรับลดคาดการณ์การส่งออกของปี 2016 โดยคาดว่าจะมียอดการส่งออกหดตัวลง 1% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการลดลงปีที่ 2 จากรายงานเมื่อเดือน ธ.ค. ที่คาดการณ์ไว้ว่าการส่งออกจะขยายตัว 3.1% แต่ยังประเมินว่าเศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวค่อนข้างช้า โดยได้คงระดับการคาดการณ์ไว้ที่ 6.8% เช่นเดิมสำหรับปี 2016

“ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ทั้งภายในประเทศและทั่วโลกเกิดขึ้นอย่างมากและจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พีบีโอซีได้ทบทวนการคาดการณ์เศรษฐกิจมหภาคของจีนในปี 2016 จากการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้าในเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว” รายงานดังกล่าวระบุ

อย่างไรก็ตาม ในรายงานประจำครึ่งปีของพีบีโอซียังได้เตือนว่าความพยายามของรัฐบาลในการลดระดับหนี้สินและลดกำลังการผลิตที่เกินความต้องการ ทำให้มีความเสี่ยงที่ธุรกิจจะผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลให้บริษัทระดมทุนได้ยากขึ้น

ขณะที่ หม่า จุน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ในหน่วยวิจัยของพีบีโอซี ระบุว่า การเข้าควบคุมเพื่อลดสินเชื่อธุรกิจที่มากเกินไปในขณะนี้ อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจใน 2-3 ปี อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวจะทำให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง หลังผลผลิตที่เกินความต้องการเริ่มลดลงและธุรกิจเริ่มทำกำไร

“ความพยายามปราบปรามสินเชื่ออย่างรุนแรง ล้วนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจในทุกประเทศ และผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะสั้นจากมาตรการนั้นสามารถควบคุมได้หากปฏิบัติตามแนวทางการปฏิรูป อย่างเช่น การเริ่มปิดหน่วยของกิจการที่ไม่ทำกำไรอย่างเป็นระบบและจัดการการเงินให้มีประสิทธิภาพขึ้น” หม่า กล่าว

ขณะเดียวกัน รายงานของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ก็คงการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนไว้ระดับเดียวกับที่ประเมินในเดือน ม.ค. ที่ 6.7% ในรายงานทบทวนการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกของปี 2016 ที่ออกมาเมื่อ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเวิลด์แบงก์ประเมินว่าประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่เน้นการนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์จะมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าประเทศที่เน้นการส่งออก

นอกจากนี้ รายงานของพีบีโอซี ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเงินทุนทั่วโลกและค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่

อย่างไรก็ดี พีบีโอซียังคาดการณ์ว่าการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรโดยภาครัฐจะเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก 0.2% อยู่ที่ 11% โดยรัฐบาลได้ลงทุนอย่างมากในโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ๆ อีกทั้งการฟื้นตัวในตลาดที่อยู่อาศัยยังช่วยกระตุ้นความต้องการวัตถุดิบให้เพิ่มขึ้น ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) พีบีโอซี คาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 2.4% สำหรับปี 2016 โดยประเมินว่าแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดจากปี 2015 เริ่มผ่อนคลายลง

ขณะที่ตัวชี้วัดการบริโภค การลงทุน และภาคโรงงาน ได้ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวมาอย่างยาวนานนี้อาจจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ทั้งหลายคาดการณ์ว่าจีนอาจจะไม่ได้ใช้นโยบายกระตุ้นที่รุนแรงอีกแล้วจากความกังวลระดับหนี้ที่เพิ่มขึ้นสูงมาก

ทั้งนี้ รายงานฉบับนี้ออกมาไม่นานหลังจากรายงานการนำเข้าและส่งออกของจีนในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลง 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงหนักขึ้นจากในเดือน เม.ย. ที่ลดลง 1.8% และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 สะท้อนความต้องการในสหรัฐและยุโรปที่ยังอ่อนแอ

ด้านข้อมูลการนำเข้ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากความต้องการในประเทศที่เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจอาจจะเริ่มปรับตัวมีเสถียรภาพอย่างค่อยเป็นค่อยไปและนโยบายการกระตุ้นที่เริ่มเห็นผล โดยเฉพาะในส่วนของที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน โดยตัวเลขการนำเข้าของจีนปรับตัวลดลงเพียง 0.4% จากปีที่แล้ว เมื่อเทียบในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับการลดลงที่น้อยที่สุดตั้งแต่ปี 2014 โดยมีการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์เป็นส่วนที่ช่วยกระตุ้นการส่งออก

“ตัวเลขการนำเข้าบ่งชี้ว่าความต้องการภายในประเทศเริ่มฟื้นตัว โดยไม่เพียงแต่ในระดับราคาที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ปริมาณการนำเข้าก็เพิ่มขึ้นด้วย” ฮู ยันหนี่ นักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทหลักทรัพย์ ไชน่า ซีเคียวริตี้ ระบุ

ขณะที่ดุลการค้าของจีนในเดือน พ.ค. เกินดุลเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.76 ล้านล้านบาท) ถือเป็นยอดเกินดุลมากที่สุดตั้งแต่เดือน ม.ค. ช่วยลดผลกระทบทางลบจากกระแสเงินทุนไหลออกจำนวนมากเมื่อเดือนที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้มีรายงานเปิดเผยเมื่อ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนลดลง 2.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.85 แสนล้านบาท ) ในเดือน พ.ค. อยู่ที่ 3.19 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 112 ล้านล้านบาท) เป็นการลดลงครั้งแรกตั้งแต่เดือน ก.พ.

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2015 การค้าของจีนหดตัวลง 8% พลาดเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ว่าจะขยายตัวที่ 6% ซึ่งถือว่าเป็นการค้าในระดับที่แย่ที่สุดตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2008

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน