
เอ็มดี บลจ.กรุงศรี ยึดหลักจรรยาบรรณ-มืออาชีพ
โดย...เยาวนา หลิมเลิศรัตน์
โดย...เยาวนา หลิมเลิศรัตน์
“ศิริพร สินาเจริญ” กรรมการผู้จัดการบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2559 หลังจากอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ฉัตรพี ตันติเฉลิม) และประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน (ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์) ได้ลาออกไปพร้อมกัน จึงขาดหัวเรือใหญ่ขับเคลื่อนองค์กรแห่งนี้
“ศิริพร” ไม่ใช่หน้าใหม่ใน บลจ.กรุงศรี และไม่ใหม่ในอุตสาหกรรมกองทุนรวม ก่อนหน้านี้เธอนั่งเป็นกรรมการ บลจ.กรุงศรี มากว่า 3 ปี (ปี 2554-2556) ในฐานะตัวแทนของบริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซีพี ประกันชีวิต (ปัจจุบัน อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต) ซึ่งเธอเป็นหัวหน้าดูแลด้านการลงทุนประจำภูมิภาคเอเชีย จึงได้ทำงานร่วมกับบอร์ดและธนาคารกรุงศรีอยุธยามาตลอด
เมื่อธนาคารกรุงศรีชักชวนให้เข้าร่วมการสรรหา “กรรมการผู้จัดการ” คนใหม่ เธอจึงตัดสินใจไม่นาน
สำหรับประวัติการศึกษา “ศิริพร” จบปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 1) และจบปริญญาโทด้านไฟแนนซ์จาก Columbia Business School (Beta Gamma Sigma Honor Society and Dean’s List) รวมทั้งยังได้รับ CFA Charter
ศิริพร เล่าว่า หลังจบปริญญาตรีก็มาทำงานที่ บลจ.บัวหลวง 3 ปี ในตำแหน่งนักวิเคราะห์หุ้น ทำงานเพียง 1 ปีเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง จึงไปเรียนต่อปริญญาโทด้วยทุนของธนาคารกสิกรไทย เมื่อกลับมาใช้ทุนโดยได้ดูแลงานฝ่ายวาณิชธนกิจ รีเทลแบงก์กิ้ง ช่องทางบริหารสาขาและทำด้านวาณิชธนกิจที่ Barclays Capital ครอบคลุมการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับลูกค้า ตลอดจนร่วมงานกับ A.T.Kearney ได้รับผิดชอบงานที่ปรึกษา ด้านการบริหารให้กับโครงการของบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดและธนาคารชั้นนำของอินโดนีเซีย
เธอร่วมงานกับกลุ่มอลิอันซ์ 9 ปี ตำแหน่งล่าสุด รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนให้กับ Allianz Investment Management Singapore Pte.Ltd., รับผิดชอบบริหารพอร์ตการลงทุนในภูมิภาคเอเชียก่อนมาอยู่ที่ บลจ.กรุงศรี ต้องถือว่าเธอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในแวดวงการเงินและตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศมาตลอด 18 ปี
“ปี 2550 มีโอกาสร่วมงานกับอยุธยา อลิอันซ์ ซีพี ประกันชีวิตดูแลด้านการลงทุน พอทำได้ 2-3 เดือนก็ถูกดึงตัวไปช่วยงานที่สิงคโปร์ ซึ่งกำลังจะออกกองทุนตราสารหนี้ใหม่ จากเดิมจะอยู่ 3 เดือนก็กลายเป็น 7 เดือน และจังหวะที่ฝ่ายลงทุนของธุรกิจประกันอลิอันซ์ในสิงคโปร์มีการปรับโครงสร้างภายใน จึงต้องอยู่สิงคโปร์ 9 ปี โดยได้โปรโมทให้ดูแลด้านการลงทุนในภูมิภาคเอเชียดูด้านตราสารหนี้และจัดพอร์ตการลงทุน” ศิริพร กล่าว
เธอได้มีโอกาสเรียนรู้งานหลายๆ ด้าน แต่สุดท้ายเลือกทำในสิ่งที่ชอบและถนัด คือ งานด้านไฟแนนซ์ ซึ่งยอมรับว่าโชคดีที่ตลอดการทำงานได้รับโอกาสที่ดีจากหัวหน้างานให้ได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่
ไม่น่าจะแค่ “เก่งบวกเฮง” สำหรับการขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในวัย 38 ปี เธอน่าจะเป็น “เอ็มดี” ที่อายุน้อยที่สุดในแวดวง บลจ.ด้วยความเป็นมืออาชีพและยึดหลักจรรยาบรรณในการทำงานของเธอ
สิ่งที่เธอคาดหวัง อยากเห็น บลจ.กรุงศรี เป็นเหมือน “เพื่อนคู่คิดให้ผู้ลงทุนในระยะยาว” เพราะการที่ใครจะนำเงินมาให้บริหารจะต้องมีความเชื่อใจ ในฐานะที่ บลจ.กรุงศรี มีบริษัทแม่ที่ก่อตั้งมานาน 70 ปี และมีผู้ถือหุ้น MUFG สถาบันการเงินใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อเสียงเหล่านี้เธอจึงอยากทำให้ดียิ่งขึ้น







