
จับสัญญาณเศรษฐกิจโลก ก่อนเฟดขึ้นดอกเบี้ยรอบสอง
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.50-35.80 บาท/เหรียญสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นกรอบที่ต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน
เงินบาทเริ่มกลับมาแข็งค่าอีกครั้งหลังจากที่อ่อนค่าต่อเนื่องทั้งเดือน พ.ค. โดยเปิดตลาดในวันจันทร์ที่แล้วที่ 35.72 บาท/เหรียญสหรัฐ และแข็งค่ามาปิดตลาดที่ 35.62 บาท/เหรียญสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว โดยนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ มองว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ค.มากกว่าเดือน มิ.ย.
หลังจากที่ประธานเฟดสาขา Dallas ออกมาให้สัมภาษณ์และกล่าวชัดเจนว่า เฟดอาจเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยออกไปหลังเดือน มิ.ย. เนื่องจากการประชุมเดือน มิ.ย.ของเฟดจะเกิดขึ้นก่อนที่อังกฤษจะทำประชามติว่าจะอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไปหรือไม่ ในวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจและตลาดเงินทั่วโลก เรามองว่าความกังวลของเฟดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวอังกฤษสะท้อนว่า สัดส่วนผู้ที่ต้องการออกจากสหภาพยุโรปมีจำนวนมากกว่าผู้ที่ต้องการอยู่ต่อ
ความเสี่ยงที่มากขึ้นจากการที่อังกฤษอาจเลือกออกจากสหภาพยุโรป ทำให้เงินปอนด์อ่อนค่าลงกว่า 1% ในสัปดาห์ก่อน เช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสหรัฐ ทั้งนี้นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยกว่า 1 หมื่นล้านบาทในสัปดาห์ก่อน ถึงแม้ว่าจะไม่มีกำหนดการเผยแพร่ข้อมูลทางเศรษฐกิจจากสหรัฐมาก แต่เรามองว่าเงินบาทและสกุลเงินเอเชียจะอ่อนค่าลงตามเงินหยวนในสัปดาห์นี้ เนื่องจากทางการจีนกำหนดค่ากลางเงินหยวนให้อ่อนค่าตลอดสัปดาห์ก่อน โดยแนวรับและแนวต้านสำหรับเงินบาท อยู่ที่ 35.40 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 100 วัน และ 35.60 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งสิ่งที่จะมาขับเคลื่อนค่าเงินบาท คือ ตัวเลขส่งออกและเงินเฟ้อของจีน ประกอบกับการแสดงความคิดเห็นครั้งสุดท้ายของประธานเฟด ในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ ก่อนที่เฟดจะเริ่มประชุมในวันที่ 14-15 มิ.ย.
เงินเยน เปิดตลาดที่ 110.40 และแข็งค่าขึ้นแรงหลังรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศว่าจะเลื่อนการขึ้นภาษี VAT รอบ 2 จาก 8% เป็น 10% ออกไปอีกสองปีครึ่ง จากเดิมที่มีกำหนดการที่จะปรับขึ้นภาษีในเดือน เม.ย. 2560 ซึ่งการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มาจากความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน นอกจากการเลื่อนภาษีแล้วยังมีข่าวลือว่าทางการญี่ปุ่นกำลังเตรียมงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวทำให้นักลงทุนมองว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะไม่ต้องลดดอกเบี้ยเพื่อผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมแต่อย่างใด จึงทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นมาปิดตลาดที่ 108.90 เยน/เหรียญสหรัฐ
เงินยูโร เปิดตลาดที่ 1.1114 และปรับแข็งค่าขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและธุรกิจปรับดีขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกันในยูโรโซน ประกอบกับนักลงทุนในตลาดลดการถือของเงินเหรียญสหรัฐก่อนที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจากสหรัฐออกมาในวันศุกร์ที่แล้ว นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นอีกในช่วงปลายสัปดาห์มาจากการตัดสินใจไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งประธานอีซีบีแสดงความคิดเห็นว่า การลดดอกเบี้ยเริ่มอาจไม่เกิดขึ้นหากเศรษฐกิจไม่ปรับแย่ลง
อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ในตลาดรองปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมาตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก โดยอัตราผลตอบแทนที่ปรับขึ้นยิ่งทำให้นักลงทุนต่างพากันขายตราสารหนี้ในพอร์ตมาถือเงินสดเพื่อลดความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งนี้ยังเป็นผลจากปัจจัยเรื่องการปรับคาดการณ์ต่อการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟดว่าอาจปรับดอกเบี้ยขึ้นเร็วกว่าที่เคยคาด







