
พอร์ตลงทุน2พี่น้องซุปเปอร์ริช
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
โลกของการลงทุนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การลงทุนขึ้นอยู่กับจริตของแต่ละคนว่าชอบอะไรเฉกเช่นกับ 2 พี่น้องแห่งบริษัท ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) ร้านให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราที่เป็นที่นิยมของนักเดินทาง ทั้งสองคนมีวิถีการลงทุนที่แตกต่างกัน แม้ว่าในช่วงแรกเริ่มต้นของการเริ่มลงทุนหุ้นคือเป้าหมายแรก แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งได้ค้นพบการลงทุนที่ตัวเองชอบและใช่
ธณัทร์ษริน สุสมาวัตนะกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาองค์กร บริษัท ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) วัย 36 ปี ที่แม้แรกเริ่มเธอจะลงทุนหุ้น แต่ผ่านไประยะหนึ่งความรับผิดชอบที่มากขึ้น การไม่มีเวลานั่งดูหรือเกาะติดตลาด ทำให้เธอรู้ว่าหุ้นแม้จะให้ผลตอบแทนที่ดีแต่ต้องมีเวลา ซึ่งเธอก็เรียนรู้และลงทุนอยู่กับหุ้นประมาณ 5 ปี
ธณัทร์ษริน ชอบลงทุนหุ้นรับเหมาก่อสร้าง หุ้นพื้นฐานดีเพราะมองว่าเป็นอนาคตที่มีโอกาสจะเติบโตดี และเหมาะกับชีวิตของเธอที่ไม่มีเวลา การลงทุนหุ้นพื้นฐานจึงน่าจะปลอดภัย
“ลงทุนหุ้นอยู่ 5 ปี เมื่อหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบมากขึ้น จึงไม่มีเวลา หุ้นที่มีก็ลงทุน แต่ระยะหลังเจนจะหันมาลงทุนในเรื่องของความรู้ คือ การเข้าไปอบรมกับโค้ชและการอบรมสัมมนาต่างๆ เพื่อทำให้ตัวเองมีความรู้มากขึ้น และด้วยงานที่รับผิดชอบ คือ การดูแลในเรื่องของคน ดังนั้นการใช้เงินไปกับการอบรมและลงทุนด้านความรู้น่าจะเป็นเรื่องดีเพราะจะสามารถดึงความสามารถของคนและพนักงานของบริษัทออกมาใช้ได้อย่างมีศักยภาพ”
เธอจบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท 2 ใบ จากสาขาการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยคิงส์ตัน ประเทศอังกฤษ และเศรษฐศาสตร์แรงงานและทรัพยากรบุคคล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ด้าน สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล พูนทรัพย์มณี กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัทซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) น้องสาว กล่าวว่า เริ่มต้นของการลงทุนก็ลงทุนหุ้นเช่นกัน แต่ระยะหลังๆ จะเห็นว่าหุ้นมีความผันผวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เกิดวิกฤตต่างๆ จะเห็นความผันผวนที่รุนแรง ดังนั้นการลงทุนหุ้นจึงต้องให้เวลาในการศึกษา
เธอจึงให้ความสนใจและหันมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในทำเลที่ดี เพราะมองว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ หลักการเลือกลงทุนคอนโดมิเนียมนั้นจะดูทำเลที่ตั้งของคอนโดมิเนียมเป็นหลัก เพราะจะให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดี
เธอได้กระจายพอร์ตการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยง เช่น มีเงิน 100 บาท 70% ของเงินจะนำมาลงทุนทั้งหุ้น คอนโดมิเนียม และระยะหลังก็จะลงทุนในนาฬิกาแบรนด์ดัง รุ่นหายากเพราะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี รวมถึงการลงทุนในเพชรเพราะยิ่งเพชรเกรดดีเม็ดโต ก็จะให้ผลตอบแทนที่ดีและมีราคาเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ส่วนที่เหลือ 30% ก็จะเก็บไว้ในรูปของเงินสดเพื่อความคล่องตัวในการบริหาร แต่สัดส่วนก็จะปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ระยะหลังได้มารับหน้าที่และทำงานอย่างจริงจังในธุรกิจของครอบครัวเพราะ เกือบตลอดชีวิตที่ได้คลุกคลีกับธุรกิจของซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) จนหลอมรวมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ดังนั้นแผนงานของบริษัทได้ลงทุนและขยายสาขาเพื่อขยายช่องทางให้บริการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2558 ได้ลงทุนเปิดสาขาใหม่พร้อมกันถึง 9 สาขา คือ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ อาคารจิวเวลรี่ เทรดเซ็นเตอร์ ท่ามหาราช สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เซ็นทรัล พระราม 9 และศูนย์การค้าสยามพารากอน และปีนี้ก็จะเดินหน้าในการลงทุนเพื่อนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการทำธุรกิจเพื่อสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้ดีและเหมาะกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปมากขึ้น
“ปี 2559 ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) ได้วางแผนเปิดแนวรุกด้านธุรกิจครั้งใหญ่ ภายใต้ทีมงานผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งจะขยายตัวอีกหลายเท่าจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาครัฐ รวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) จะดึงดูดนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเดินทางหลั่งไหลเข้าประเทศไทยมากขึ้น ทั้งการเข้ามาศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาชั้นนำ การทำธุรกิจ การลงทุนและการอยู่อาศัย”
ถึงวันนี้ทั้งสองคนได้ทุ่มเทและลงทุนในการทำหน้าที่เพื่อนำพาให้ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) เติบโตไปอย่างมั่นคง







