posttoday
ศรีทองรุกปั้นยอด

ศรีทองรุกปั้นยอด

03 มิถุนายน 2559

ศรีทองเร่งรุกตลาดดันยอดขาย หลังตลาดนาฬิกานำเข้ายังนิ่ง ล่าสุดคว้าแบรนด์ลูมิน็อกซ์ขายในไทย

ศรีทองเร่งรุกตลาดดันยอดขาย หลังตลาดนาฬิกานำเข้ายังนิ่ง ล่าสุดคว้าแบรนด์ลูมิน็อกซ์ขายในไทย

นางวิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีทองพาณิชย์ ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้านาฬิกาแบรนด์ดังจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายนาฬิกานำเข้าที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา พบว่าไม่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาพรวมตลาดนาฬิกาค่อนข้างซบเซา เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว แต่แบรนด์ที่ได้รับผลกระทบน้อยสุด คือ ซิติเซ่น

ทั้งนี้ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทต้องดำเนินธุรกิจแบบระมัดระวังตัว โดยในปีนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวนาฬิกาแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดเพียง 1 แบรนด์เท่านั้น คือ ลูมิน็อกซ์
สวิส โดยได้รับสิทธิเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 3 ปี

“แม้ว่าบริษัทจะไม่มีการนำสินค้าแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง แต่บริษัทก็มีแผนที่จะทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้กับนาฬิกาแต่ละแบรนด์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ดังกล่าว คือ การนำฐานลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันประมาณ 1 แสนรายมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านการทำบัตรสมาชิก”

ขณะที่กลยุทธ์การตลาดของบริษัทในปีนี้จะเน้นไปที่การทำโปรโมชั่นและทำกิจกรรมการตลาดเป็นหลัก เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค และในปี 2560 บริษัทมีแผนจะทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ยิ่งใหญ่กว่าปีนี้ เนื่องจากเป็นปีที่ศรีทองพาณิชย์จะดำเนินธุรกิจมาครบ 60 ปี

สำหรับนาฬิกา ลูมิน็อกซ์ สวิส นั้น จะเน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก ข้าราชการตำรวจและทหาร เพราะหลังจากนำสินค้าแบรนด์ดังกล่าวเข้าไปทำตลาดในสหรัฐอเมริกาพบว่า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว เห็นได้จากการได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการให้ผลิตนาฬิกาสำหรับหน่วยรบพิเศษสหรัฐ

นอกจากนี้ นาฬิกาแบรนด์ดังกล่าวยังได้รับเลือกจากนักบิน F-117 Nighthawk (เครื่องบินโจมตีล่องหน), หน่วยรบระดับสูง และนักดำน้ำมืออาชีพเลือกใช้  ซึ่งในส่วนของประเทศไทย หลังจากนำสินค้าเข้าทำตลาดเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมาพบว่า ได้ผลการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าตำรวจและทหารเช่นกัน

“ผลตอบรับที่ดีดังกล่าวส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่บริษัทได้มีการปรับราคาสินค้ารุ่นเดิมที่ตัวแทนจำหน่ายเดิมเคยขายลดลงไปประมาณ 15% เพื่อสร้างให้เกิดแรงกระตุ้นในการซื้อสินค้า ส่วนสินค้ารุ่นใหม่ที่จะนำเข้ามาทำตลาดยังคงจำหน่ายในราคาปกติ” นางวิภาวรรณ กล่าว

นางวิภาวรรณ กล่าวอีกว่า หลังจากบริษัทเดินหน้าทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ด้วยการทำโปรโมชั่นที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะกับสินค้าในแต่ละแบรนด์ ทำให้บริษัทมั่นใจว่าสิ้นปี 2559 นี้จะมีรายได้เติบโตตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 5-7% ซึ่งถือว่าสูงกว่าปี 2558 ที่มียอดขายเติบโตเพียง 3% หรือมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 850 ล้านบาท จากปี 2557 โดยเป็นรายได้ที่ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ว่าจะสามารถทำได้ประมาณ 900 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโต 3% ในปี 2558 นั้น ถือว่าเป็นการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ขณะที่ในเรื่องของการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยนั้น ปัจจุบันบริษัทเสียอยู่ที่ 5% จึงไม่ส่งผลกระทบกับธุรกิจแต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน