posttoday
เร่งแก้หนี้ครัวเรือน

เร่งแก้หนี้ครัวเรือน

31 พฤษภาคม 2559

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์

ปัญหาสำคัญของไทยซึ่งกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงในไตรมาสแรกปี 2559 มีมูลค่าประมาณ 11 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81.5 ของเศรษฐกิจ (จีดีพี)

ประเมินว่าหากนำหนี้ครัวเรือนมาเฉลี่ยกับคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเพิ่งเกิดไปจนถึงคนแก่เฒ่าเป็นหนี้เฉลี่ยประมาณ 1.7 แสนบาท/คน

ปัญหาของไทยอาจต่างกับหลายประเทศ ซึ่งหนี้สาธารณะคือหนี้ของรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำประมาณร้อยละ 44 ของจีดีพี ถือว่าอยู่ในระดับต่ำในระดับต้นๆ ของโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่หนี้ของประชาชนกลับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของหลายประเทศ แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาของไทยที่ผ่านมาใช้วิธีเพิ่มหนี้ให้กับภาคประชาชน

ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนมีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจขาลงของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมามีการเพิ่มในสัดส่วนที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจัยตัวเร่งมาจากรายได้ของประชาชนที่ลดลง ขณะที่รายจ่ายคงที่หรือสูงขึ้นกว่ากลุ่มผู้บริโภค ซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่วนใหญ่อยู่ในภาคเอกชนเป็นมนุษย์เงินเดือนทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริการรวมกันประมาณ 11.36 ล้านคน ซึ่งภาคเศรษฐกิจจึงซบเซาจากการส่งออกที่ติดลบต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 กระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงรายได้ของผู้ใช้แรงงาน

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาภัยแล้งซึ่งจะกระทบเกษตรกร 12.38 ล้านคน เงินหายไปไม่น้อยกว่า 1.5 แสนล้าน โดยเฉพาะรายได้จากเกษตรกรข้าวนาปรัง ซึ่งแน่นอนย่อมกระทบต่อหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจัยตัวเร่งซึ่งทำให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการของรัฐในการเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมาตรการส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือแบบให้กู้ ทั้งงบกองทุนหมู่บ้าน งบเงินกู้ลงทุนขนาดเล็ก สินเชื่อผู้มีรายได้น้อย

แถมเร็วๆ นี้มีมาตรการใหม่ในการช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้โครงการ “จัมพ์สตาร์ท” เป็นเงินกู้ 3 แสนล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบภัยแล้งรายละ 2.2 แสนบาท และวงเงินบัตรสินเชื่อเกษตรกรอีก 3 หมื่นบาท

มาตรการช่วยเหลือเหล่านี้ควรทำไหม คำตอบคือควรทำและต้องทำ เพราะเป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าก็ต้องช่วยเหลือ

แต่ต้องเข้าใจว่าเงินช่วยเหลือเหล่านี้ไปเพิ่มหนี้ เป็นการเพิ่มภาระหนี้ไม่ได้เป็นการให้เปล่า มีทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย หากเงินกู้นั้นนำไปแสวงหาประโยชน์ที่คุ้มกับดอกเบี้ยและสามารถจ่ายคืน โดยไม่กระทบกับคุณภาพชีวิตแต่หากเงินกู้ที่ได้แบบง่ายๆ และนำไปลงทุนที่มีความเสี่ยงหรือไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ก็จะกลับกลายเป็นปัญหาของครัวเรือนและเป็นปัญหาของประเทศ

ปัจจัยที่ควรกังวลคือการเร่งแก้หนี้ครัวเรือน เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดต่ำลง ปัญหาภัยธรรมชาติรายได้ของมนุษย์เงินเดือน ซึ่งเป็นรายได้ประจำ หากบริหารจัดการไม่ดี “ซื้อมากไป เที่ยวมากไป” ก็กลายเป็นหนี้ ปัญหาพวกนี้แก้ไม่รู้จบ

งบกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการอัดเงินกู้เข้าไปเท่าไร กลับไปเพิ่มหนี้ครัวเรือน ผลลัพธ์ที่ออกมาต่ำกว่าเม็ดเงินที่ใส่เข้าไปเพราะกำลังซื้อที่หดตัว ซึ่งต้องไปผ่อนต้นและดอก ยิ่งทำให้เศรษฐกิจซึมยาว ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาระดับชาติต้องเร่งแก้... นะครับ

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค