
ตราสารหนี้แกว่ง ลงทุนอย่างไรดี
โดย...กลุ่มกองทุนตราสารหนี้ บลจ.ธนชาต
โดย...กลุ่มกองทุนตราสารหนี้ บลจ.ธนชาต
สวัสดีครับ ช่วงนี้ผู้ลงทุนต่างก็ประสบปัญหากับการที่ตลาดแกว่งตัวกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะตลาดหุ้น กองทุนอสังหาฯ หรือแม้แต่ตลาดตราสารหนี้เองที่อาจเคยคิดว่าปลอดภัย ก็ต่างได้รับผลกระทบจากความกังวลว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ซึ่งสำหรับผมมี 3 ประเด็นที่ผู้ลงทุนตราสารหนี้ควรจะพิจารณาไว้ เพื่อให้การลงทุนตราสารหนี้ต่อจากนี้ราบรื่นครับ
1.ทำไมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับตัวสูงขึ้น
ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับตัวสูงขึ้นในระยะนี้ คือ อัตราเงินเฟ้อกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 15 เดือน โดยเดือน เม.ย.ปรับตัวสูงขึ้น 0.07% ประกอบกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในไตรมาสแรกก็ปรับตัวมาอยู่ที่ 3.2% ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.9% ทำให้นักลงทุนคาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะไม่ลดดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ประกอบกับผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) พูดถึงแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยในไม่กี่เดือนข้างหน้า
จริงๆ แล้วไม่เฉพาะในไทยเท่านั้นที่ผลตอบแทนจากพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น เพราะในภูมิภาคเอเชียต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้กองทุนตราสารหนี้ที่ถือพอร์ต Duration ยาว ค่อนข้างได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ (กล่าวคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวลดลง)
2.Yield curve ของพันธบัตรไทยจะขึ้นต่อไปหรือไม่
ผมคิดว่า ตลาดน่าจะคลายความผันผวนลง หลังจากผ่านการประชุม FOMC ในช่วงกลางเดือน มิ.ย. เพราะปัจจุบันอัตราผลตอบแทนจากพันธบัตรก็ปรับตัวสูงขึ้นมารับข่าวการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดแล้ว (สูงขึ้น 0.3-0.6%)
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจสูงมากประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 8% ต่อ GDP ทำให้น่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดตราสารหนี้อยู่
ส่วนประเด็นเรื่องการเทขายจากนักลงทุนต่างชาติ พบว่าส่วนมากจะเป็นการเทขายพันธบัตรระยะสั้นมากกว่าระยะยาว การขายพันธบัตรระยะกลาง-ยาว ส่วนใหญ่นักลงทุนในประเทศเป็นหลัก
3.กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ
ผู้ลงทุนที่ชอบลงทุนในตราสารหนี้ ทั้งตลาดเงินและตราสารหนี้ทั่วไป ในส่วนของตลาดเงินอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนักเพราะโดยนโยบายทำให้เราถือตราสารที่มี Duration ค่อนข้างสั้น แต่สำหรับผู้ที่ลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป ในระยะนี้อาจเห็นผลตอบแทนติดลบในบางวัน ซึ่งแนะนำว่าให้ผู้ลงทุนถือหน่วยลงทุนไว้ยาวเสียหน่อยก็จะลดผลกระทบลง อาจต้องถืออย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่ผลตอบแทนปรับขึ้นมาแล้ว น่าจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นคุ้มค่ากับการรอ หรือในระยะสั้นอาจรอจนถึงช่วงเดือน มิ.ย. ที่มีการประชุม FOMC น่าจะเห็นความชัดเจนขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไรตลาดก็ปรับตัวรับข่าวการขึ้นดอกเบี้ยมาแล้วส่วนหนึ่ง
สำหรับกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.ธนชาต เราได้มีการปรับลด Duration มาแล้วในระยะหนึ่ง ทำให้สามารถลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ส่วนหนึ่ง แต่ถ้านักลงทุนยังกังวล ในช่วงนี้อาจเน้นลงทุนในกองทุนตลาดเงินก่อนก็ได้







